ถวยังมีความจริงอยู่ไม่น้อย นางอารมณ์ร้ายและอารมณ์รุนแรงอยู่ตลอด เอะอะก็ด่า หลายคนจึงเรียกนางลับหลังว่า ‘หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์’ เมื่ออยู่นอกบ้านนางล้วนไม่ไว้หน้าเขา ตอนนี้คนล้วนพูดกันว่าเขาเป็น ‘คนขี้ขลาด’
“…” หน้าตาทางสังคมสำคัญตรงไหน?
อีกฝ่ายรีบพูดออกมามากมายขนาดนั้นว่า “ไม่พอใจ” แน่นอนว่าไม่ได้บ่นเรื่องในใจแค่หนึ่งวัน
ไม่รู้ว่าตั้งแต่แต่งงานจนถึงตอนนี้ เจ้าของร่างเดิมสะสมเรื่องไว้มากน้อยแค่ไหน
จะว่าไปแล้วปัญหาเรื่อง “หน้าตาทางสังคมของผู้ชาย” เย่อวี๋หรานก็ไม่รู้ควรจะปลอบใจเขาอย่างไร ประการแรกคือนางไม่ใช่เจ้าของร่างเดิม ไม่ได้มีความรู้สึกต่อเขาเหมือนเจ้าของร่างเดิม อีกประการนางก็รู้สึกว่าจูเหล่าโถวเป็นเช่นนี้ก็ทำอะไรไม่ได้ พูดไปก็ไม่ฟังสักนิด ทำตัวเรียกร้องความสนใจ
แม้ว่าเจ้าของร่างเดิมจะไม่ดีแต่ก็ทนอยู่กินกับเขามาทั้งชีวิต ให้กำเนิดลูกชายตั้งหลายคน ยุ่งอยู่ตลอด ไม่มีความสุขแม้กระทั่งวันที่ตายไป เขายังต้องการอะไรอีก?
ชีวิตแย่ ๆ ของเขาทั้งหมดล้วนเป็นเพราะเจ้าของร่างเดิมหรือ?
“เจ้าไม่พอใจที่ข้าร้ายกาจเกินไปจึงอยากจะมาคิดบัญชีกับข้าหรือ?” เย่อวี๋หรานรอจนเขาพูดจบก็เลิกคิ้วและพูดต่ออีกว่า “งั้นก็ได้ ถ้าเจ้าอยากคิดบัญชี พวกเราก็มาคิดกันอย่างถี่ถ้วนเถอะ”
จูเหล่าโถวดูเหมือนจะกลัวอยู่บ้าง จึงหดคอลงเล็กน้อย “ไม่ ๆ ข้าไม่ได้หมายความเช่นนั้น ข้าแค่อยากจะถามว่า…ถามว่าเมื่อไหร่เจ้าจะกลับมา? เจ้าดูสิ