พวกเจ้าลองคำนวณดูสักหน่อยว่าตัดเสื้อให้ทุกคนคนละตัวต้องใช้ผ้ากี่พับ พวกเจ้ามีเงินเท่าไหร่ พอซื้อหรือไม่ ถ้าไม่พอก็ยืมเงินจากกองกลางไปก่อน ปีหน้าค่อยคืน”
เย่อวี๋หรานไม่คิดจะให้เปล่า ด้วยเงื่อนไขครอบครัวสกุลจูยามนี้ยังไม่อาจแบกรับค่าใช้จ่ายยิบย่อยพวกนี้ได้ อะไรที่ควรให้พวกนางแบ่งเบาก็ต้องให้พวกนางช่วยกันแบ่งเบา
“ตัดชุดใหม่หรือเจ้าคะ? ได้ ท่านแม่ ข้าอยากได้ผ้าสีขาวเจ้าค่ะ” หลี่ซื่อกล่าว “ผ้าขาวราคาถูก อย่างไรเสียพวกเราก็ย้อมผ้ากันเองได้ ซื้อกลับมาให้เสี่ยวเม่ยช่วยย้อมสักหน่อยก็สามารถย้อมสีสวย ๆ ออกมาได้เหมือนกัน แบบนี้ทั้งประหยัดเงินและยังสามารถตัดชุดใหม่ได้ด้วย”
หลิวซื่อเองก็ยินดีเช่นกัน นางแต่งเข้าเรือนสกุลจูมาหลายปีแล้ว ว่ากันตามจริงก็ไม่เคยตัดชุดใหม่เลย
แต่ถ้าจะให้ออกเงินเอง หลิวซื่อกลับลังเลเสียแล้ว นางมักรู้สึกว่าตนเองยากจนที่สุดในครอบครัว
พี่สะใภ้ใหญ่มีลูกชายสองคน แม่สามีจะละเลยกว่านี้ก็ต้อง ‘สนับสนุน’ หลานชายทั้งสองอยู่ดี น้องสะใภ้สี่ยิ่งไม่ต้องพูดถึง เป็นคนมีเงินแน่นอน การค้าขายทั้งหลายล้วนมีนางเป็นคนจัดการ ส่วนน้องสะใภ้ห้า ตอนนี้นางมีน้องสาวสองคนมาช่วยอีกแรง จะต้องมีเงินในมือแน่นอน
พูดไปพูดมาก็มีแต่นางคนเดียวที่ ‘ต่อสู้เพียงลำพัง’ ทำงานมากที่สุด แต่กลับได้เงินน้อยที่สุด
“ท่านแม่ ถ้าอย่างนั้น…” หลิวซื่อคิดคำนวณในใจแล้วว่า “ท่านหมายความว่าขาดเท่าไหร่ก็จะช่วยเท่านั้นหรือเจ้าคะ