กากเต้าหู้สักครั้งยังไม่ได้กิน”
“ท่านแม่ ข้าไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ข้าแค่อยากเปลี่ยนไปกินอย่างอื่นบ้าง”
“ได้ พรุ่งนี้กากเต้าหู้ที่เหลือก็เอามาทำแป้งกรอบแล้วกัน ทำลูกชิ้นปลาด้วย ได้แล้วใช่ไหม?”
จูซื่อตาสว่างวาบ “ได้ ท่านแม่ อย่าลืมใส่เนื้อปลาในลูกชิ้นเยอะ ๆ นะขอรับ อย่างไรเสียเรือนเราก็มีปลา”
“มีปลาก็ต้องกินอย่างประหยัด พอเข้าหน้าหนาวพวกเราก็จะไม่มีรายรับตลอดฤดูกาล ถ้าไม่เก็บของกินเอาไว้บ้างถึงตอนนั้นจะกินอะไร?”
แม้ตอนนี้เย่อวี๋หรานกำลังคิดว่าเดือนสิบเอ็ดและเดือนสิบสองจะปลูกอะไรดี แต่จะสามารถปลูกรอดหรือไม่ รอดสักเท่าไหร่ ล้วนไม่อาจรู้ได้
นางทบทวนดูจากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม คิดว่าของที่สามารถเตรียมเอาไว้ได้ก็เริ่มเตรียมไว้เลยจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นถึงเวลามาอะไรก็ไม่มีให้กิน จะร้อนใจอย่างไรก็ไร้ประโยชน์
ยุคนี้ไม่เหมือนยุคปัจจุบันที่ยังสามารถสร้างเรือนกระจกอะไรพวกนั้น ด้วยฐานะครอบครัวสกุลจู ไม่หิวตายก็ไม่เลวแล้ว
กินข้าวเสร็จ เย่อวี๋หรานก็เรียกบรรดาลูกสะใภ้มาหารือว่าปีนี้ต้องซื้อเสื้อผ้าใหม่มาเพิ่มหรือไม่
ถ้าเป็นปีที่แล้วนางคงไม่กล้าเสนอขึ้นมา แต่ปีนี้มีรายรับมากกว่าเดิม ในมือลูกสะใภ้มีเงินไม่มากก็น้อย เอาเงินกองกลางจ่ายให้บางส่วน พวกนางออกเพิ่มอีกบางส่วนก็น่าจะพอซื้อผ้าหลายพับกลับมาได้
“แม้ว่ากว่าจะเข้าหน้าหนาวยังเหลือเวลาอีกพักหนึ่ง แต่เรื่องที่ควรเตรียมก็ควรเตรียมไว้แต่เนิ่น ๆ