ไปคุยกับคนอื่นไม่ได้รึ?” สีหน้าของจูเหล่าโถวเปลี่ยนเป็นไม่น่ามองขึ้นมา
“ได้สิ ข้าไม่ได้พูดว่าไม่ได้เสียหน่อย แต่สามีของแม่ม่ายฉินตายไปหลายปีแล้ว ท่านไม่มีธุระก็ไปหานางที่เรือน ถ้าคนในหมู่บ้านเห็นเขาแล้วคิดว่าพวกท่านมีอะไรในกอไผ่จะทำอย่างไร?” ถึงจูซานจะไม่พอใจ แต่ก็ไม่ได้โง่เขลาจนพูดออกมาตรง ๆ เพียงกล่าวอย่างคลุมเครือว่าพฤติกรรมของบิดาตอนนี้ค่อนข้างไม่เหมาะสม
“เจ้าคิดว่าทุกคนว่างเหมือนเจ้ากันหมดอย่างนั้นรึ เป็นลูกชายแท้ ๆ ยังมาจับผิดพ่อตัวเอง?” จูเหล่าโถวฟังถึงตรงนี้ยังจะไม่เข้าใจได้อย่างไร สีหน้าเริ่มเขียวคล้ำขึ้นมา
“ข้าไม่ได้พูดคนเดียวเสียหน่อย ท่านพ่อคิดจริง ๆ หรือว่าในหมู่บ้านมีท่านว่างอยู่คนเดียว?” จูซานกล่าว “ถ้าไม่ได้ยินคนลือกัน ท่านคิดว่าข้ายังจะมาที่นี่งั้นหรือ?”
“มีคนพูด?” จูเหล่าโถวคิดว่าเป็นไปไม่ได้ ปกติเขาระวังตัวขนาดนั้นจะถูกคนเห็นเข้าได้อย่างไร?
เขาสงสัยว่าจูซาน ‘หลอกถาม’ เขามากกว่า
จูเหล่าโถวเฉไฉ “พวกเขาก็แค่ว่างไม่มีอะไรทำ ไม่ต้องไปสนใจหรอก”
“ข้าก็ไม่ได้อยากจะยุ่งหรอก แต่ท่านพ่อ ท่านคิดว่าถ้าท่านแม่รู้เรื่องนี้จะเกิดอะไรขึ้น?” จูซานถาม
“เอ่อ” จูเหล่าโถวกลัวหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนั้นมาทั้งชีวิต จะอย่างไรก็มีอำนาจกดดันจิตใจอยู่บ้าง “เรื่องนี้ห้ามเอาไปพูดกับแม่เจ้า แม่เจ้าอารมณ์ร้อนแบบนั้น ถ้ารู้คงอาละวาดบ้านแตกกันพอดี”
เฮอะ! ไม่ถึงขนาดนั้นเสียหน่อย ถึงที่สุดท่านแม่ก็ยังจ