จูอู่ราวกับมีเรี่ยวแรงที่ใช้ได้ไม่หมดไม่สิ้น เขาแทบอยากจะยกกลับเรือนไปเสียเดี๋ยวนั้น
ถ้าไม่ใช่เพราะเย่อวี๋หรานหยุดเอาไว้ เพราะยืมเกวียนเทียมวัวมาจากผู้อื่น เขาก็เกือบจะแบกกลับไปเองเสียแล้ว
เย่อวี๋หรานกุมขมับ “ของสิ่งนี้มีน้ำหนักมาก ตอนนี้เจ้ายกไหว ไปถึงกลางทางก็อาจแบกไม่ไหวแล้ว หาเกวียนเทียมวัวขนไปดีกว่า”
“แต่ใช้เกวียนเทียมวัวต้องจ่ายเงินนี่ขอรับ” จูอู่เสียดายเงินไม่กี่อีแปะนั้น
“ถึงจ่ายเงินก็ต้องใช้เกวียนเทียมวัว เจ้าเพิ่งจะอายุเท่าไหร่เอง กระดูกยังเจริญเติบโตได้อีก ถ้าใช้แรงงานหนักเช่นนี้ ต่อไปเจ้าจะไม่สูงเอานะ”
เมื่อจูอู่ได้ยินว่าตัวจะไม่สูงก็เปลี่ยนใจทันที
ตลกแล้ว เทียบกับพวกพี่ชาย เดิมทีเขาก็ไม่สูง ถ้าไม่สูงไปกว่านี้ก็ต้องกลายเป็นคนที่เตี้ยที่สุดในครอบครัวน่ะสิ?
หนุ่มน้อยอายุเยาว์ทั้งหลายมักใส่ใจเรื่องส่วนสูงของตนเองมากอยู่แล้ว
พี่น้องสกุลจูทราบว่ามารดากับจูอู่ไปไหน แต่พวกเขาคิดไม่ถึงว่าไปแค่รอบเดียวกลับเอาสิ่งที่เรียกว่า ‘คันไถนาก้านโค้ง’ กลับมาด้วย
พวกเขาได้ยินจูอู่โอ้อวดว่าของสิ่งนี้ใช้งานได้ดีปานไหนก็ไม่เชื่อ จะเอาไปลองใช้ในที่นาเสียก่อน
ประจวบกับที่ดินผืนนั้นของเย่อวี๋หรานพลิกหน้าดินไปได้แค่ครึ่งเดียว ยังเหลืออีกครึ่งหนึ่ง เตรียมจะปลูกข้าวสาลีหน้าหนาว
คนทั้งกลุ่มพอกินข้าวเสร็จแล้วก็ออกไปข้างนอกทั้งที่แดดเปรี้ยง ไม่กลัวว่าจะถูกแดดเผาเลยสักนิด
เย่อวี๋หราน “…”
ปกติให้พวกเขาไ