คลื่อนไหว
แต่ตอนนี้เพิ่งจะเก็บเกี่ยวเสร็จ ยังทำอะไรไม่ได้ จึงไม่ได้พูดขึ้นมาก็เท่านั้น
สิ้นสุดเดือนสิบ เข้าสู่เดือนสิบเอ็ด เดือนสิบสอง ไม่ว่าจะปลูกมันเทศหรือปลูกข้าวล้วนไม่เหมาะ
เย่อวี๋หรานตั้งใจจะพลิกหน้าดินเพื่อเตรียมการเอาไว้สำหรับฤดูใบไม้ผลิปีหน้า
ขณะเดียวกันก็ปลูกพืชที่ค่อนข้างทนทานต่อความหนาว เช่น ข้าวสาลีฤดูหนาว ผักกาดหอม ผักกวางตุ้ง ผักปวยเล้ง
พร้อมกันนั้นก็กันที่บางส่วนเอาไว้สำหรับปลูกมันเทศตอนเดือนหนึ่งของปีหน้า ราวเดือนห้าจนถึงเดือนเจ็ดก็คงจะเก็บเกี่ยวได้แล้ว ถึงเดือนแปดยังสามารถปลูกมันก่อนหน้าหนาวได้ สองฤดูกาลก็เก็บเกี่ยวได้แล้ว
หรือกล่าวได้ว่า นางแบ่งที่ดินออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งทำเป็นที่ดินเปียก เก็บไว้สำหรับทำนา อีกส่วนเป็นที่ดินแห้ง เอาไว้สำหรับปลูกพืชผักชนิดต่าง ๆ
ที่ดินเปียกไม่เหมือนกับที่ดินแห้ง เพราะมันจำเป็นต้อง ‘เลี้ยง’ ถ้าระหว่างฤดูหนาวดูแลได้ไม่ดี ในปีถัดไปไม่เพียงจะมีปัญหาเรื่องการกักเก็บน้ำเท่านั้น แม้แต่ดินก็อาจมีความอุดมสมบูรณ์ไม่เพียงพอและจะส่งผลกระทบต่อผลเก็บเกี่ยวแน่นอน
ดังนั้นจูต้าพักผ่อนได้ไม่กี่วัน เย่อวี๋หรานก็บอกให้เขา จูอู่ และจูชีไปช่วยพลิกหน้าดินแล้ว
ในท้องนาหลังช่วงเก็บเกี่ยวยังคงมีตอของต้นข้าวที่ถูกตัดไปหลงเหลือให้เห็น เย่อวี๋หรานไม่ได้ให้พวกเขากำจัดทิ้ง แต่ไปยืมควายมาจากเจ้าหน้าที่ทางการประจำหมู่บ้านมาพลิกหน้าดินทั้งอย่างนี้
“ท่านแม่ ไถดะต