วายเสียดาย
เย่อวี๋หรานได้ยินดังนั้นก็ยกยิ้มมุมปาก กล่าวเสียงเนิบนาบ “ข้ารู้วิธีทำน้ำมันดอกกุ้ย”
“ท่านแม่ ข้าอยากเรียนเจ้าค่ะ ท่านรีบบอกข้ามาเร็ว ๆ ข้าจะทำน้ำมันดอกกุ้ย” จูปาเม่ยดีใจยิ่งนัก กระโดดเข้ามากอดแขนออดอ้อนมารดาทันที
นางคิดว่าตนเองโชคดีเกินไปแล้ว มารดาของนางราวกับกล่องสมบัติสารพัดนึกอย่างไรอย่างนั้น ขอเพียงนางอยากได้ มารดาของนางก็มี ‘สูตรลับ’ มาบอกอยู่ร่ำไป
ไฉนมารดาของนางจึงสุดยอดเช่นนี้นะ?
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดน้ำมันดอกกุ้ยจึงต้องมีคำว่าน้ำมัน?” เย่อวี๋หรานไม่รีบร้อนบอกวิธีทำ แต่ถามคำถามหนึ่งขึ้นมาก่อน
จูปาเม่ยส่ายหน้า “ไม่รู้เจ้าค่ะ ทำไมหรือเจ้าคะ?”
“เพราะต้องได้ใช้น้ำมันน่ะสิ” มาถึงตรงนี้ เย่อวี๋หรานก็อธิบายอย่างใจเย็น “ข้าเคยอ่านเจอสูตรหนึ่งจากตำราเครื่องหอม ‘เซียงผู่’[1] ในนั้นกล่าวไว้ว่า ก่อนรุ่งสางเก็บมู่ซีหอมบานครึ่งดอก เด็ดก้านออกล้างให้สะอาด ปริมาณหนึ่งโต่วผสมน้ำมันงาหนึ่งจิน คนให้เข้ากันอย่างเบามือแล้วเทใส่ในภาชนะเคลือบ ใช้กระดาษชุบน้ำมันปิดผนึก นำไปนึ่งสักพัก แล้วยกขึ้นมาตากไว้ในที่แห้ง หลังจากนั้นสิบวัน เทออกมารีดของเหลวด้วยมือเปล่า บรรจุไว้ในภาชนะปิดผนึกให้แน่นสนิท ยิ่งเก็บไว้นานก็ยิ่งหอมเข้มข้น นำน้ำมันที่ได้ไปผสมขี้ผึ้ง สามารถใช้ทำได้ทั้งเครื่องประทินผิวและเครื่องหอม”
จูปาเม่ยคิดไม่ถึงว่ามารดาของนางพูดสูตรลับอยู่ดี ๆ กลับร่ายเนื้อความในตำราออกมาเสียยาว ทำ