เอานางมึนงงไปหมด “ท่านแม่ ท่านอธิบายง่าย ๆ หน่อยไม่ได้หรือเจ้าคะ ท่านก็รู้ว่าข้าเพิ่งจะท่องตำรา ส่วนใหญ่แล้วฟังไม่เข้าใจหรอก”
นางอยากจะร้องไห้ ท่อนแรกที่บอกว่าก่อนรุ่งสางเก็บมู่ซีหอม นางเพียงเข้าใจว่าให้ไปเก็บอะไรสักอย่างที่เรียกว่ามู่ซีหอมในตอนเช้า แต่สวรรค์เท่านั้นจึงจะทราบว่าอะไรคือมู่ซีหอม?
ท่อนท้าย ๆ ที่ว่า ‘รีดของเหลวด้วยมือเปล่า’ นางไม่เข้าใจเลยสักนิด
เย่อวี๋หรานมองนางเป็นเชิงดูถูก “ให้เจ้าเอาใจใส่เรื่องการเรียน ตอนนี้เป็นอย่างไร ฟังไม่เข้าใจล่ะสิ? ไม่ใช่แค่ตำราเครื่องหอม ‘เซียงผู่’ แต่ในตำรา ‘จิ่งเยวี่ยฉวนชูกู่ฟางปาเจิ้น’ [2] ก็กล่าวไว้ว่า ให้นำดอกกุ้ยบานครึ่งดอกสองเซิง [3] และน้ำมันงาหนึ่งจิน มาผสมกันในภาชนะเครื่องเคลือบ แล้วใช้กระดาษชุบน้ำมันปิดผนึกเอาไว้ นำไปนึ่งเป็นเวลาพอสมควร แล้วยกขึ้นมาเก็บไว้ในที่แห้งสิบวัน จากนั้นนำมากรองเก็บไว้สำหรับใช้งานภายนอก”
จูปาเม่ยแทบไม่อยากเชื่อ “ท่านแม่ จริงหรือเจ้าคะ เหตุใดจึงมีสูตรทำน้ำมันดอกกุ้ยอยู่ในตำราหลายเล่มขนาดนั้น? ถ้าเป็นเหมือนที่ท่านบอก คนที่อ่านออกก็ต้องทำของพวกนี้เป็นกันหมดสินะเจ้าคะ? แล้วพวกเขายังจำเป็นต้องซื้ออยู่หรือ? เสียเปรียบจริง ๆ มิน่าเล่าท่านแม่จึงบังคับให้พวกข้าท่องตำราเรียนรู้อักษร ถ้าพวกข้าอ่านไม่ออกไปทั้งชีวิตก็คงไม่มีโอกาสได้รู้จักของดีพวกนี้แล้วน่ะสิ?”
“ไม่อย่างนั้นข้าจะบังคับพวกเจ้าท่องตำราเรียนรู้อักษรไปทำไม