กัน? คิดว่าข้าทำเช่นนั้นเพื่อจะเอามาพูดให้ดูดีเท่านั้นหรือ? ถ้าเจ้าอ่านไม่ออก ต่อให้ข้ายัดตำราใส่มือเจ้า เจ้าก็ไม่เข้าใจอยู่ดี” เย่อวี๋หรานกล่าวด้วยท่าทีเคร่งขรึม
แน่นอน นางไม่มีทางบอกจูปาเม่ยหรอกว่าตำราที่นางกล่าวถึงทั้งสองเล่มนั้นไม่มีอยู่ในยุคสมัยนี้ เพราะมันเป็นตำราที่นางเคยอ่านเมื่อชาติที่แล้ว
นางเพียงต้องการหว่านเมล็ดพันธุ์ลงไปในจิตใจของจูปาเม่ย ทำให้จูปาเม่ยเข้าใจถ่องแท้ว่าการรู้หนังสือมีประโยชน์อย่างไร ลูกสาวคนนี้จึงจะตั้งใจศึกษาเล่าเรียน ไม่ใช่ต้องให้นางมาเคี่ยวเข็ญอยู่เรื่อยไป
ใครว่าการเรียนมีประโยชน์แค่สำหรับบุรุษที่จะเข้าร่วมการสอบเคอจวี่กันเล่า?
ลองดูเอาเถอะ ถ้าสตรีอ่านออกแล้วยังจะหาสูตรเหล่านี้จากในตำราไม่ได้อีกหรือ?
ใช่แล้ว จะต้องหาเจอแน่นอน แต่ก่อนอื่นต้องมีตำราเล่มนั้นเสียก่อน
จูปาเม่ยกำหมัดแน่น กล่าวอย่างเด็ดเดี่ยวว่า “ท่านแม่ ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ ท่านวางใจ ต่อไปข้าจะตั้งใจเรียนแน่นอน ข้าจะทุ่มสุดตัวเพื่อสูตรลับในตำราพวกนี้”
จูปาเม่ยเรียนไปเพื่ออะไร เย่อวี๋หรานไม่สนใจ ขอเพียงนางยอมเรียนก็พอแล้ว
ส่วนว่าในอนาคตจูปาเม่ยจะมาตัดพ้อนางว่าเหตุใดจึงไม่พบตำรา ‘เซียงผู่’ หรือ ‘จิ่งเยวี่ยฉวนชูกู่ฟางปาเจิ้น’ ที่นางเคยพูดถึงหรือไม่ นางไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย อย่างมากนางก็ตอบกลับไปว่า “อ้อ ตำราที่ข้าพูดถึงสองเล่มนั้นน่ะหรือ ข้าจำไม่ได้แล้วเหมือนกัน ข้าเคยเห็นจากในบ้านสกุลใหญ่สมัยท