มีพวกพี่ชายของเจ้าคอยดูอยู่แล้ว ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ยังมีข้าที่เป็นแม่คอยจับตามองอยู่ เจ้าเป็นเด็กสาวที่ยังไม่ออกเรือน สนใจแต่เรื่องของตัวเองก็พอแล้ว ไม่ต้องไปสนใจเรื่องพวกเขา” เย่อวี๋หรานพร่ำสอนจูปาเม่ย “เจ้าเคยเห็นน้องสามีที่ไม่มีเรื่องอะไรก็เข้าไปยุ่งกับเรื่องในครอบครัวของพี่ชายพี่สะใภ้งั้นหรือ? ถ้าคำพูดทำนองนี้ร่ำลือออกไป แล้วเจ้าจะวางตัวอย่างไร?”
“ท่านแม่ ข้าผิดไปแล้วเจ้าค่ะ” จูปาเม่ยยอมรับความผิดเสียงแผ่ว
“อย่าเอาแต่พูดอย่างเดียว จำใส่ใจด้วย เจ้ามาพูดต่อหน้าข้าก็ไม่เป็นไรหรอก แต่ห้ามไปพูดต่อหน้าพี่สะใภ้ของเจ้าแบบนี้เด็ดขาด เข้าใจไหม? อยู่ข้างนอกยิ่งพูดไม่ได้ คนอื่นไม่มีทางพูดว่าพี่สะใภ้ของเจ้าไม่ดี มีแต่จะพูดกันว่าเจ้าเป็นน้องสามีปากพล่อย ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน…เจ้าชอบให้คนอื่นตำหนิเจ้าว่าเป็นพวกสอดรู้หรือ?”
จูปาเม่ยส่ายหน้า “ไม่ชอบเจ้าค่ะ”
“นั่นก็ใช่แล้ว เจ้าดูสิ เจ้ามาสนใจทำสร้อยข้อมือให้ดียังดีกว่า มีแต่คนจะสนใจเจ้า ถ้าเจ้าทำสร้อยข้อมือได้งามกว่าเดิม ทำชาดได้ดีกว่าเดิม ถึงตอนนั้นคนที่มาล้อมหน้าล้อมหลังเจ้าก็จะมีมากกว่านี้เสียอีก แทนที่จะเอาเวลาไปซุบซิบนินทาเรื่องเหลวไหลกับคนอื่น ยังไม่สู้ตั้งอกตั้งใจทำสิ่งที่อยู่ตรงหน้าต่อไป แค่เรื่องนี้ก็พอให้คนสนับสนุนเจ้าไปตลอดชีวิตแล้ว”
จูปาเม่ยได้ลิ้มรสผลประโยชน์จากเรื่องนี้แล้ว พยักหน้าหงึกหงัก รู้สึกว่ามารดาพูดถูก
เพียงแต่นิสัยชอบซุบซิบ