า กับบ้านย่าเจ้าทีหลัง…” พูดจบก็หาชามใบใหญ่มาใส่ลงไปชามหนึ่งและวางลงไปในตะกร้า
แน่นอนว่านางไม่ลืมเตือนจูปาเม่ยให้บอกวิธีทำสิ่งนี้ให้คนทางนั้นด้วย
หลิ่วซื่อ หลิวซื่อ หลี่ซื่อ และหลินซื่อ ตั้งใจฟังและมองดูอย่างกระตือรือร้น
เย่อวี๋หรานเห็นก็รู้ว่าพวกนางหมายความว่าอย่างไร “เอาล่ะ ส่งไปให้บ้านพวกเจ้าด้วยคนละชาม”
“ขอบคุณท่านแม่เจ้าค่ะ ท่านแม่ดีจริง ๆ!” ใบหน้าของหลี่ซื่อเผยรอยยิ้มออกมาทันที และรีบพูดยกย่องอย่างรวดเร็ว “ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านแม่เป็นแม่สามีที่ดีที่สุดในโลกเจ้าค่ะ”
“เจ้าปากหวานนัก” เย่อวี๋หรานยิ้มแบ่งชามใบใหญ่ให้พวกนางคนละใบ ส่วนวิธีที่ว่าพวกนางจะส่งกลับไปอย่างไรนางก็ไม่ได้สนใจแล้ว
จูซื่ออดไม่ได้ที่จะถาม “ท่านแม่ เต้าหู้กินดิบ ๆ ไม่ได้หรือขอรับ?”
“ได้ แต่ไม่ดีเท่าเอามาทำกับข้าว ทำพวกน้ำแกง ของกินเล่นพวกนี้ทำให้คนพอใจแต่ไม่ได้ทำให้อิ่มจริง ๆ” เย่อวี๋หรานเตือนความจำพวกเขาว่าก่อนหน้านี้เคยใช้ถั่วไปเท่าไร ตอนนี้เต้าหู้ทำออกมาได้เท่าไร พวกเขาใส่น้ำไปเท่าไร ในเต้าหู้นี้ไม่ใช่ว่าทั้งหมดล้วนเป็น ‘น้ำ’ หรือ?
น้ำทำให้อิ่มได้หรือ
แน่นอนว่าไม่ได้
ดังนั้นเต้าหู้ไม่ได้ทำให้คนอิ่มมาก แค่ทำให้ดูเหมือนอิ่มเท่านั้น
หลี่ซื่อพูดด้วยรอยยิ้มปีติ “ท่านแม่เจ้าคะ ข้าคิดว่าเต้าหู้นี้สามารถทำขายได้เจ้าค่ะ”
“ได้ ถ้าพวกเจ้าอยากขาย พวกเจ้าก็ทำเอง ข้าขออธิบายให้ชัดเจนก่อนว่าสกุลจูของพวกเราไม่ใช่สกุลที่ทำกา