ลไม้แล้วยิ่งอร่อยออกหวาน ๆ เปรี้ยว ๆ”
“ข้าขอลองสักหน่อย”
…..
ทุกคนต่างพากันว่าเจ้าลองดูสิ ข้าขอลองสักหน่อย ล้วนพากันดื่มน้ำถั่วเหลืองครึ่งถ้วยอย่างสุขใจ
เย่อวี๋หรานเห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ในเมื่อพวกเจ้าชอบก็ค่อยแช่ถั่วเพิ่ม และพรุ่งนี้เช้าค่อยมาบดถั่วที่เหลือดื่ม”
ความคิดเห็นนี้ได้รับการยอมรับจากทุกคน
เมื่อน้ำถั่วเหลืองเกือบหมด เย่อวี๋หรานก็เทมันลงไปในหม้อไม้ใบใหญ่ เริ่มเทเกลือจืดลงไป ก่อนจะหยอดเต้าหู้ลงไป “นี่คือส่วนสำคัญ ถ้าทำส่วนนี้ไม่ดีเต้าหู้จะไม่ขึ้นรูป เมื่อถึงเวลาจะไม่มีเต้าหู้กิน ดังนั้นพวกเจ้าต้องจำไว้…”
พูดถึงจุดที่ต้องระวังก็ใช้ช้อนคนเบา ๆ ไปด้วย
หลังจากนั้นไม่นานนักพวกเขาก็เห็นเต้าหู้ค่อย ๆ กลายเป็นเต้าฮวย
เสียงตะโกนดังขึ้นจากทีละคน “น่าทึ่งเกินไปแล้ว!”
“เอาชามของพวกเจ้ามา” ครั้นเตรียมน้ำถั่วเหลืองใส่ชามเรียบร้อย เย่อวี๋หรานก็แบ่งเต้าฮวยให้พวกเขาคนละช้อนไปลองชิมรสชาติ
ครั้งนี้ไม่ต้องให้นางพูดก็มีคนลองใส่น้ำเชื่อมผลไม้ลงไปลองชิมแล้ว
“อร่อย”
“อืม อันนี้ก็อร่อยเหมือนกัน”
“ท่านแม่ ถ้ามีเวลาพวกเราก็มาทำเต้าฮวยกินกันเถอะขอรับ”
เย่อวี๋หรานไม่อยากสิ้นเปลืองเวลาเช่นนี้อีกจึงเอ่ยว่า “พวกเจ้าอยากกินก็ทำเองสิ อย่าเอาแต่ให้ข้าทำให้ตลอด”
หลังจากนั้นในถาดรองเต้าฮวยก็ค่อย ๆ เริ่มจับกันเป็นก้อนขึ้นมาแล้ว เป็นสัญญาณเตือนให้พวกเขารู้ว่าสิ่งนี้ใกล้พังแล้วเต้าหู้ก็จะไม่สุก
“ดั