ป็นพ่อค้าแล้ว เรื่องทำการค้า พวกเจ้าพี่น้องย่อมไม่อาจไปทำได้ ถ้าจะทำจริง ๆ ก็ควรให้พวกผู้หญิงเป็นคนออกหน้า ผู้หญิงค้าขายต่อให้ลือกันออกไปก็แค่บอกว่าหาเงินค่าแป้งชาด เจ้าเข้าใจไหม?”
“ท่านแม่คิดว่าต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าจะเรียนหนังสือได้จริง ๆ หรือขอรับ?” ส่วนน้องเจ็ดที่มารดากล่าวถึงถูกเขามองข้ามไปอย่างสิ้นเชิง
เขาคิดว่ามารดาคิดจะส่งสามคนนั้นไปร่ำเรียนในตำบลอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยจะต้องเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบแน่นอน ท่านแม่ไม่รู้หรือว่าเข้าเรียนในสำนักศึกษาต้องใช้เงินเท่าไหร่? คนละสิบหกตำลึงเชียวนะ นั่นพอให้ซื้อที่นาราคาต่ำได้ตั้งแปดหมู่เลยทีเดียว ถ้าเป็นที่นาที่ดีหน่อยก็ซื้อได้สองสามหมู่ เพียงพอให้เลี้ยงได้ทั้งครอบครัว
ค่าเล่าเรียนสำหรับสามคนต้องใช้เงินเท่าไหร่?
แม้เขาจะคำนวณไม่เป็น แต่ก็พอรู้ว่าถ้านำเงินจำนวนนี้ไปซื้อที่ดินทำนา ครอบครัวพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องกลัวว่าจะต้องหิวโหยอีกแล้ว
“จะร่ำเรียนได้ถึงไหนข้าไม่รู้ แต่เจ้าเจ็ดจะต้องสอบเป็นถงเซิง[1] ได้แน่นอน” เย่อวี๋หรานมั่นใจเต็มเปี่ยม
เคอจวี่สอบอะไรบ้าง?
สิ่งที่ต้องสอบประกอบด้วยสอบข้อเขียน สอบปากเปล่า เติมข้อความจากคัมภีร์ ตอบคำถามเชิงกลยุทธ์และสอบความรู้เกี่ยวกับบทกวี ถ้าเป็นซิ่วไฉ[2] จะต้องสอบวิเคราะห์สถานการณ์เพื่อกำหนดกลยุทธ์ เย่อวี๋หรานไม่มีความมั่นใจ แต่ถ้าเป็นการสอบถงซื่อ[3] นางยังพอมีความเชื่อมั่นอยู่บ้าง
จากในความทรงจำของเจ้าของร่างเ