ป็นไปตามคาด เมื่อพูดเช่นนั้นจางเยียนก็ตำหนิเขายกใหญ่ทันที “เด็กโง่ เรื่องสำคัญแบบนี้ เจ้าไม่รู้จักกลับเรือน ไปวิ่งเล่นข้างนอกนั่นทำไม? เจ้าไม่รู้หรือว่าเรื่องนี้เกี่ยวพันถึงเรื่องใหญ่ชั่วชีวิตข้าเชียวนะ? เจ้ารู้หรือไม่ว่าถ้าพี่สี่ของเจ้าถูกคนเขาปลดจริง ๆ ครึ่งชีวิตที่เหลือจะกลายเป็นอย่างไร?”
แม่เฒ่าเหมยกล่าวเสียงเบาอยู่ข้างหลัง “ไม่เป็นไร ข้ายอมรับเจ้า”
จางเยียนหันไปถลึงตาใส่นาง “เพื่อลูกชายหน้าโง่ของท่านน่ะหรือ? ถ้าไม่ใช่เพราะบ้านพวกท่านอยากยืมครรภ์ให้กำเนิดบุตร บอกว่าถ้าคลอดลูกชายให้คนหนึ่งก็จะให้หมูหนึ่งตัว ท่านคิดว่าด้วยลูกชายโง่ทึ่มของท่านแบบนั้น ข้าจะเต็มใจงั้นหรือ? ฝันไปเถอะ”
แม่เฒ่าเหมยไม่กล้าปริปาก
จางเยียนโมโหยิ่งนัก เตะเท้าไปบนพื้นทีหนึ่ง คิดไม่ถึงว่าจะเตะไปถูกก้อนหินเข้า ทำตัวเองเจ็บปวดแทบตาย
แม่เฒ่าเหมยแตกตื่น รีบถามนางว่าเป็นอย่างไรบ้าง สะเทือนถึงครรภ์หรือไม่
จางเยียนผลักนาง “ไปให้พ้น! อยู่ให้ห่างจากข้า ถ้าไม่ใช่เพราะท่าน และเพราะลูกชายหน้าโง่ของท่าน ข้าจะนั่งอยู่ตรงนี้ ข้าจะถูกปลดงั้นหรือ? ล้วนเป็นพวกท่านทำร้ายข้า…”
แม่เฒ่าเหมยถูกผลักล้มลงบนพื้น มือข้างหนึ่งไม่รู้ว่ากดไปถูกอะไรเข้า เลือดไหลเสียแล้ว
เพียงแต่ตอนนั้นมืดเกินไป ไม่มีใครสังเกต
นางรู้สึกเจ็บ แต่ก็ทราบว่าไม่มีใครสนใจนาง เหมือนกับตอนนั้นที่นางอุ้มท้องโตขึ้นเขาไปเก็บผักป่าก็ไม่มีใครสนใจนางเช่นกัน
สุดท้ายนางคลอ