ตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว “ทราบแล้ว พี่สี่”
กลางดึกกลางดื่นพลันมีคนมาทุบประตูเสียงดัง ทำเอาครอบครัวของเหมยกั๋วซิ่งตกใจกันทั้งบ้าน
“พี่สี่ พี่สี่…” จางอู่ตะโกนเข้าไปข้างใน
จางเยียนรีบลุกขึ้นมาจากเตียง “นั่นน้องห้าของข้าเอง”
“ทำไมน้องห้าของเจ้าถึงมาเอาดึกดื่นป่านนี้?” แม่เฒ่าเหมยลุกตามมาด้วย
จางเยียนสวมชุดเรียบร้อยก็ไปเปิดประตู “น้องห้า มีอะไรหรือ?”
“พี่สี่…ท่าน ท่านถูกสกุลจูปลดแล้ว” จางอู่ไม่สนใจแล้วว่าจะมีคนได้ยินหรือไม่ จึงกล่าวขึ้นมาตรง ๆ
จางเยียนตะลึงงันอยู่ตรงนั้น “อะไรนะ?! เกิดอะไรขึ้น? ไม่ได้บอกว่าปิดบังทางนั้นไว้ดีแล้วหรือ ท่านแม่ก็จะช่วยกลบเกลื่อนให้ข้า ไม่ปล่อยให้ทางนั้นรู้เรื่อง…”
นางสับสนว้าวุ่นใจยิ่งนัก
“ข้าไม่รู้ วันนี้ตอนข้ากลับเรือนก็ได้ยินพี่สะใภ้ใหญ่พูดว่าท่านถูกปลดแล้ว ท่านแม่ยังถามว่าจะส่งข่าวให้ท่านหรือไม่ แต่พี่สะใภ้ใหญ่ไม่สน”
จางเยียนรู้สึกราวกับฟ้าถล่มดินทลาย “เจ้าฟังผิดหรือเปล่า? น้องห้า นางอาจพูดถึงคนอื่นก็ได้…”
“เป็นไปไม่ได้ ข้าได้ยินชัดเจนยิ่งนัก นอกจากนี้ ข้าเหมือนได้ยินว่าเจ้าหน้าที่ทางการกับผู้อาวุโสประจำหมู่บ้านมาที่เรือนพวกเราด้วย แต่ตอนนั้นข้ากลัวพวกเขาจะจับข้ากลับไปทำงานอีกจึงวิ่งออกไปเล่นข้างนอก ดังนั้น…ดังนั้นจึงไม่รู้รายละเอียด” กล่าวถึงตอนท้าย จางอู่ก็พลันร้อนตัว
เรื่องสำคัญแบบนี้ กลับถูกเขามองข้ามไปเพราะห่วงเล่น?
พี่สี่คงไม่ตำหนิเขาหรอกนะ?
และเ