ดออกมาแม้แต่น้อย
สะใภ้ใหญ่และสะใภ้รองย่อมยืนอยู่ฝั่งสามีของพวกนาง รีบจัดโต๊ะกินข้าวเย็นกันมือไม้คล่องแคล่ว แสดงออกชัดเจนว่าไม่มีใครสนใจจางเยียน
ท่านย่าจางดูจะสิ้นหวัง “ต้านิว[1] ถูกพวกเจ้าแต่งออกไปให้ผู้ชายแบบนั้น ก็เพราะเยียนเอ๋อร์ไม่ฟังคำของพวกเจ้า เลือกสามีแต่งออกไปด้วยตนเอง พวกเจ้าเลยทำกับนางแบบนี้?”
ไม่มีใครสังเกตเห็นจางอู่ที่กำหมัดแน่นด้วยความโกรธอยู่ข้างนอก
ตอนนี้เขายังเป็นหนุ่มน้อยอายุราวสิบกว่าขวบเท่านั้น หน้าละอ่อนไม่ประสีประสา เพราะว่าอายุยังน้อย เขาจึงยังทำงานที่ใช้แรงงานหนักมากไม่ได้ ได้แต่ช่วยเกี่ยวข้าวเล็กน้อย
ตอนที่จางต้ารีบกลับมา พ่อเฒ่าจางให้เขาเกี่ยวข้าวต่อไป ภายหลังแม้แต่พ่อเฒ่าจางก็รุดมาแล้ว เขาจึงเผ่นออกไปเล่นเพื่อ ‘แอบอู้’ ตั้งใจว่าเมื่อถึงเวลาอาหารเย็นจึงจะกลับเรือน
แต่เขาคิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อกลับมาถึงเรือนตอนเย็น สิ่งที่ได้ยินกลับเป็นเรื่องนี้
จางอู่เป็นคนใจกล้าผู้หนึ่ง ไม่พูดพร่ำก็หมุนกายจากไปทันที วิ่งออกไปยังหมู่บ้านที่พี่สี่ของเขาอาศัยอยู่ด้วยแววตาว่างเปล่า
จางเยียนนั้นตอนที่ถูกบังคับพาตัวจากไป นางก็คิดเผื่อไว้แล้ว จึงบอกจางอู่ไว้ว่านางพักอยู่ที่ไหน ถ้าในเรือนเกิดอะไรขึ้นจะต้องไปแจ้งให้นางทราบ
“ได้ยินหรือไม่ น้องห้า เจ้าต้องฉลาดหน่อย อย่าปล่อยให้พี่ใหญ่กับพี่รองรังแกท่านแม่ พวกเขาไม่ได้มีแม่คนเดียวกันกับพวกเรา ไม่ได้เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกับพวกเรา”
จางอู่จิ