จูอารมณ์เย็นลงแล้ว ไฉนเจ้าหน้าที่ทางการด้านนั้นกลับถอดใจเร็วเช่นนั้นเล่า?
เขาเห็นแววตาของเจ้าหน้าที่ทางการก็ทราบว่ามีปัญหา จึงไม่เอ่ยปาก
ดังนั้น เย่อวี๋หรานจึงเขียน ‘หนังสือหย่าภรรยา’ ต่อหน้าคนทั้งสองด้วยตนเอง
เจ้าหน้าที่ทางการกับผู้อาวุโสมองเย่อวี๋หรานด้วยสีหน้าประหลาดใจ เพราะพวกเขาคาดไม่ถึงว่าแม่สามีของแม่นางสี่นั้นรู้หนังสือด้วย?!
ทุกคนเพียงเคยได้ยินคำร่ำลือเรื่องความดุร้ายของหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ แต่เหมือนจะไม่เคยมีใครทราบมาก่อนว่า หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้รู้หนังสือ?!
ทั้งสองคนคล้ายจะเข้าใจขึ้นมาว่าเหตุใดบางครั้งหญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้กลับดูเหมือนมีเหตุผล ที่แท้ก็รู้หนังสือนี่เอง
ครั้นนึกถึงว่าจูเหล่าโถวถูกกดไว้จนขยับตัวไปไหนไม่ได้ พวกเขาก็กระจ่างใจขึ้นมาในพลัน หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ผู้นี้เดิมทีก็โหดอยู่แล้ว นี่ยังรู้หนังสืออีก แล้วจูเหล่าโถวจะสู้ได้อย่างไร?
เรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้ เย่อวี๋หรานแพร่งพรายเรื่องที่ตนเองรู้หนังสือออกไป ต่อไปหากจะมี ‘บัณฑิต’ ถือกำเนิดขึ้นในสกุลจูก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอีกแล้ว
เพียงแต่เมื่อนึกถึงจางเยียน และนึกถึงจูซาน…
นางลอบทอดถอนใจ ไม่สนใจการยับยั้งของเจ้าหน้าที่ทางการและผู้อาวุโส และพาจูซานไปจากหมู่บ้านสกุลจางทันที
อาทิตย์ลาลับขอบฟ้าตะวันตก ม่านราตรีสยายลงมา ความมัวสลัวแผ่คลุมไปทั่วปฐพี
แม้ว่าในความทรงจำเจ้าของร่างเดิมจะรู้สึกว่าหมู่บ้านชนบทปลอดภัยอย่างยิ่