ง แต่เย่อวี๋หรานกลับไม่รู้สึกว่าปลอดภัย
ตอนที่จากมานางไม่เพียงถือตะกร้า แต่ยังฉวยมีดของผู้อื่นออกมาด้วยอีกต่างหาก
อืม ถ้ามีคนพุ่งเป้ามาที่พวกเขาระหว่างทาง น่าจะไม่มีใครคิดระวังหญิงสูงวัยเช่นนาง ถึงตอนนั้น…
แน่นอน เย่อวี๋หรานย่อมหวังว่าจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น
นางยังเก็บท่อนไม้มาด้วยสองอัน ถือกันไว้คนละท่อน
“ท่านแม่ ท่านทำอันใดขอรับ?” จูซานหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้
“ปลอดภัยไว้ก่อน” เย่อวี๋หรานกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
“ยามค่ำฟ้ามืด ผู้ใดจะไปรู้ว่าระหว่างทางจะเกิดอะไรขึ้น?”
“ไม่มีอะไรหรอกขอรับ ท่านแม่ ปกติพวกข้าพี่น้องก็มีเดินทางตอนฟ้ามืดกันบ้าง ที่อื่นนั้นข้าไม่รู้ แต่ละแวกหมู่บ้านสกุลจูไม่เคยเกิดเรื่องแบบนั้นมาก่อน”
“ใครจะไปรู้? เจ้าลืมเรื่องพวกค้ามนุษย์คราวก่อนไปแล้วหรือ? เรื่องพรรค์นี้เวลาเกิดขึ้นมีแต่คนจะปล่อยให้เน่าสลายไปในท้อง เจ้าคิดว่ามีสักกี่คนที่กล้าพูดออกมาตามความจริง?” เย่อวี๋หรานมองเขาอย่างมีนัยนะ “เจ้าอย่าคิดว่าครอบครัวพวกเราอาภัพที่สุด เหมือนว่าคนอื่นอะไรก็ดีไปหมด ที่จริงแล้วในครอบครัวเกิดเรื่องอะไรขึ้น คนในย่อมรู้ดีที่สุด ต่อให้เกิดเรื่องก็ไม่อาจเอาไปบอกคนนอกส่งเดช เรื่องไม่ดีในครอบครัวไม่อาจแพร่งพรายออกไปให้ภายนอกรับรู้ ทุกคนไม่ได้โง่กันเสียหน่อย”
“ท่านแม่ ท่านไม่ต้องปลอบใจข้า ข้าเข้าใจดีขอรับ” ที่จริงแล้วจูซานรู้สึกขอบคุณมารดาของเขามาก เรื่องนี้ล้วนเป็นมารดาของเขาจ