วสกุลจางแล้วประกาศลั่น “แย่แล้ว แย่แล้ว ตาเฒ่าจาง เจ้ารีบไปดูเร็วเข้า มีคนมาตีสะใภ้เจ้าถึงเรือนแล้ว…”
“อะไรนะ?!” จางต้าได้ยินแล้วจะไม่รู้ได้อย่างไร ‘สะใภ้’ ที่ถูกตีคนนั้นก็คือภรรยาของเขาเองไม่ใช่หรือ?
เพราะภรรยาของน้องรองยังช่วยงานอยู่ที่นี่อยู่เลย
เขายกเท้าขึ้นได้ก็วิ่งกลับไปทันที
เย่อวี๋หรานไม่ได้ตั้งใจจะมาเอาชีวิตคนจึงไม่ได้ลงมือหนักมาก แต่เลือกตีเฉพาะบริเวณที่ค่อนข้างเจ็บ ทำให้อีกฝ่ายไร้กำลังจะตอบโต้ได้ก็เท่านั้น
นางกระชากผมของอีกฝ่าย บังคับให้ฝ่ายนั้นแหงนหน้าขึ้นมองนาง และถามอย่างดุดันว่า “ยอมไม่ยอม?”
“ยอม ข้ายอมแล้ว…” สะใภ้ใหญ่สกุลจางน้ำตาไหลพราก ไม่หลงเหลือมาดดุร้ายเหมือนก่อนนี้สักนิด สภาพนางเฉาช้ำราวกับดอกไม้ ยอมให้อีกฝ่ายบดขยี้ได้ตามใจ
“คราวหน้าถ้าเจอข้าอีก ทางที่ดีเจ้าก็อ้อมไปให้ไกล ไม่อย่างนั้นข้าจะตีเจ้าให้ตาย”
สะใภ้ใหญ่ตัวสั่นงันงก ไม่กล้าต่อต้านสักนิด “อ้อม อ้อมแน่นอนเจ้าค่ะ”
เย่อวี๋หรานหาได้คลายมือ นางหันไปกล่าวกับท่านย่าจาง “ไป! ไปเอามีดมาจากในครัว!”
“เอา…เอามีดมาทำไม?” ท่านย่าจางสะดุ้งตกใจ
“ทำไม? จะเอาชีวิตคนไง ไม่ได้เรอะ?”
“ไม่ได้ ไม่ได้เด็ดขาด” ท่านย่าจางแตกตื่นขวัญหาย แล้วรีบขอร้องให้เย่อวี๋หรานละเว้นชีวิตสะใภ้ใหญ่ ภรรยาลูกชายคนโตของนางสำนึกผิดแล้วจริง ๆ ไม่กล้าลงมือกับนางอีกแล้ว
“เจ้าสาม เจ้าไปหยิบมาจากห้องครัว” เย่อวี๋หรานไม่สนใจนาง แต่หันไปสั่งจูซาน
ท่านย่าจา