ใจ ไม่ซักไซ้ไล่เลียงบ้างหรือไร?
เฮอะ เฮอะ!
ถ้ายามค่ำฟ้ามืด คนเป็นลูกสะใภ้ยังไม่กลับ ปัญหาก็จะใหญ่กว่าเดิมแล้ว
“ท่านแม่ ข้าพร้อมแล้ว” จูซานไปค้นเสื้อผ้าสำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ออกมาใส่โดยเฉพาะ
เขาไม่เหมือนพี่น้องคนอื่น ๆ ที่ไม่ได้พิถีพิถันอะไรมาก ดังนั้นเสื้อผ้าชุดนี้จึงเก็บรักษาเอาไว้อย่างดี รอยปะชุนสักน้อยยังไม่มี สวมลงบนร่างแล้วแลดูมีสง่าราศีอย่างมาก
เย่อวี๋หรานไม่ได้รีบร้อนออกไป แต่หาแท่งไม้อันเล็กมาเคาะเบา ๆ บนหลังเขา ให้เขาเหยียดแผ่นหลังตั้งตรง และสอนให้ก้าวเท้าอย่างหนักแน่นมั่นคง อย่าเอาอย่างจูเหล่าโถวที่หลังค้อม พับแขนเสื้อขึ้น ท่าทางเหมือนชาวนาในชนบทไม่ผิดเพี้ยน
นางไม่ได้รังเกียจคนชนบท แต่นี่เป็นเรื่องของบุคลิกภาพล้วน ๆ
จูซื่อกับจูอู่ที่มองอยู่ข้าง ๆ รู้สึกว่าทำเช่นนี้แล้วดูองอาจกว่าในยามปกติยิ่งนักจึงเริ่มทำตามบ้าง
เย่อวี๋หรานเห็นทั้งสองคนสนใจก็สอนให้พวกเขาด้วย
ด้วยเหตุนี้ สามพี่น้องจึงฝึกฝนอยู่ในลานเรือนอยู่พักหนึ่ง
คนเราพอยืดหลังตรงและเยื้องย่างอย่างพอเหมาะพอเจาะ ก็แลดูสง่าขึ้นมาทันตาเห็น ต่างจากท่าทางขวัญอ่อนหลังค้อมก่อนนี้ลิบลับ
หลี่ซื่อกับหลินซื่อเบิกตากว้าง อะไรกัน ไฉนจึงรู้สึกว่าสามีของตนเองพลัน ‘น่ามอง’ ขึ้นมาเสียเล่า?
หลิ่วซื่อกับหลิวซื่อก็เบิกตาโตเช่นกัน ท่านแม่ชี้แนะคนได้เก่งกาจไม่ธรรมดาจริง ๆ ดูสิ ราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยเชียว
“นี่ไม่ได้ยุ่งยากอะไร แผ่นหลังเห