แท้ท่านแม่อยากไปเก็บถั่วเหลืองกลับมาก่อน ค่อยพาคนไป ‘เอาเรื่อง’ กันหรอกหรือ
จูซานอาบน้ำเสร็จก็กลับห้องไปเปลี่ยนชุดสะอาด
เย่อวี๋หรานให้หลิ่วซื่อช่วยเตรียมของเยี่ยมใส่ตะกร้าเอาไว้
หลี่ซื่อเห็นแล้วก็แอบเดินเข้ามาเมียงมอง และกระซิบว่า “ท่านแม่ พวกเราไปหาเรื่องทางนั้นไม่ใช่หรือ? เหตุใดเตรียมของเยี่ยมไปด้วยล่ะเจ้าคะ?”
“ใครว่า?” เย่อวี๋หรานมองนางแวบหนึ่งแล้วว่า “ปิดปากให้สนิทเลยนะ พวกเราไม่รู้อะไรทั้งนั้น แค่จะไปรับพี่สะใภ้สามของเจ้า เรื่องราวเป็นอย่างไรกันแน่ รอจนข้ากับพี่สามของเจ้าไปถึงก่อนจึงจะรู้แจ้ง”
“อ้อ งั้น…งั้นไปกันกี่คนเจ้าคะ?” หลี่ซื่อคิดว่าไม่ถูกสิ ถ้าแค่ไปรับคนเฉย ๆ ก็คงไม่สะดวกจะพาคนไปเอาเรื่องกันอย่างเอิกเกริกแล้ว
คราวนี้ความคิดของแม่สามีดูจะไม่เหมือนกับที่นางคิดไว้สักเท่าไหร่?
“มีข้ากับพี่สามของเจ้า เจ้าอยู่ที่เรือน อย่าเที่ยวไปพูดส่งเดช มีเรื่องอะไรรอข้ากลับมาแล้วค่อยพูดกัน”
“ท่านแม่ พวกท่านไปกันเวลานี้ เรือนพี่สะใภ้สามก็อยู่ตั้งไกล วันนี้เกรงว่าคงจะกลับมาไม่ทันกระมัง?”
“ข้าตั้งใจน่ะ” เหลวไหล ไม่ไปเวลานี้ แต่ไปเช้ากว่านี้ ถ้าพวกเขาใช้ข้ออ้างว่าจางเยียนออกไปทำธุระข้างนอก บังเอิญไม่อยู่พอดีแล้วจะทำอย่างไร?
นางจงใจให้ไปถึงตอนกินข้าวเย็นพอดี ถึงจะดูเหมือนไปขอกินข้าวเย็นด้วยอย่างหน้าไม่อายอยู่บ้าง แต่เวลานี้ ลูกสะใภ้ที่กลับบ้านมารดาแต่ไม่อยู่บ้านมารดา คนเป็นแม่สามีจะไม่ประหลาด