ทำงาน ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้”
มุมปากของเย่อวี๋หรานกระตุกครู่หนึ่ง ข้าจะเรียกนางกลับมาทำไม เพราะเรื่องเป็นแบบนี้ ทำให้ก่อนหน้านี้เขาจึงไม่อยากยกเรื่องนี้มาพูด?
“เจ้าอย่าหุนหันพลันแล่น พิจารณาเรื่องนี้ให้แน่ชัดว่าต้องจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร”
“ท่านแม่โปรดวางใจ ข้าใจเย็นมากแล้วขอรับ ข้าไม่ได้โง่เหมือนพี่ใหญ่ และพี่รองที่มีนิสัยบุ่มบ่ามนะขอรับ ท่านแม่ ท่านบอกข้ามาเถอะขอรับว่าที่ท่านมาพูดกับข้าเรื่องนี้หมายความว่าอย่างไร? อยากให้ข้าจัดการเรื่องนี้เช่นไรขอรับ?”
ถูกสวมหมวกเขียวเช่นนี้ย่อมต้องรู้สึกไม่ดี
ในตอนนี้ที่เรื่องราวชัดเจนและจูซานก็เข้าใจแจ่มแจ้งว่าเขาต้องเผชิญหน้ากับอะไร
เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดที่เสียจางเยียนไป แต่ก่อนอื่นเขาต้องแก้ไขเรื่องที่เขาอาจจะต้องเผชิญในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง
“ข้ามาพูดเรื่องนี้กับเจ้าเพียงแค่อยากมาดูเสียหน่อยว่าเจ้าคิดจะจัดการเช่นไร” เย่อวี๋หรานพูด “เจ้าเป็นผู้ชาย ถึงจะบอกว่าเรื่องนี้เป็นผู้หญิงที่เสียเปรียบ คนอื่นก็เพียงแต่เห็นใจเจ้าเท่านั้น แต่ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนประเภทที่ชอบให้ผู้ใดมาเห็นอกเห็นใจ หากเจ้าไม่อยากสนใจเช่นนั้นพวกเราก็แค่ตรงไปตรงมา ต่อให้ต้องเกิดเรื่องพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน[1]ก็ไม่เป็นไร แต่หากเจ้ายังใส่ใจเรื่องนี้ เช่นนั้นพวกเราก็ไม่ต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต ยิ่งคนรู้น้อยยิ่งดี ถึงอย่างไรสะใภ้สามจะไม่อยู่บ้านสักสองสามเดือน ทุกคนในบ้านก็ไม่รู้สึกว่าแปล