กเช่นนั้นก็ไม่เป็นไร”
นางคิดไปถึงขั้นเรื่องที่ว่าต้องคิดหาวิธีให้จูซานไปส่งซอสถั่วเหลืองในช่วงสองสามปีนี้หรือไม่ แต่รอให้สถานการณ์สงบเสียก่อนค่อยพูดเรื่องนี้อีกครั้ง
“พูดเช่นนั้นท่านแม่ยืนยันแล้วใช่ไหมขอรับว่าจางเยียนทรยศข้า?” ดวงตาของจูซานจ้องมองนางอย่างแน่วแน่
เย่อวี๋หรานในเวลานี้รู้สึกราวกับถูก ‘ทิ่มแทง’ “ข้าไม่แน่ใจนัก แต่…นางอาจจะท้อง และเด็กในท้องนางอาจจะเป็นลูกของเจ้า…”
“เฮ้อ ท่านแม่คิดว่ามันเป็นไปได้หรือขอรับ?” จูซานยิ้มเยาะ บรรยากาศรอบตัวของเขาเย็นยะเยือกขึ้นมาทันใด
“หากนางกำลังตั้งท้องลูกของข้า เมื่อไม่นานมานี้ครอบครัวของนางจะส่งคนมาบอกข้าหรือขอรับว่าตอนนี้นางใช้ชีวิตมีความสุขดี นางไม่กลับบ้านมาเดือนสองเดือนแล้ว นานเช่นนี้แน่นอนว่าท้องของนางคงใหญ่ขึ้นมากแล้ว เช่นนี้นางยังจะปิดบังข้า มันจะเป็นไปได้อย่างไรขอรับ?”
เย่อวี๋หรานถอนหายใจ “เจ้าพูดมาเถอะว่าเจ้าอยากจัดการเรื่องนี้อย่างไร?”
“ข้าอยากจะจัดการอย่างไรหรือขอรับ? ข้าอยากสับนางกับผู้ชายคนนั้นเป็นชิ้น ๆ”
“การฆ่าคนมันผิดกฎหมาย ข้าไม่อยากให้เจ้าต้องมาติดคุกเพราะเรื่องแบบนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง ๆ การทำเรื่องนี้เพราะคนแบบนั้นก็ไม่คุ้มเอาเสียเลย”
เย่อวี๋หรานเกรงว่าเขาจะใจร้อนจึงรีบพูดโน้มน้าวต่อ “เจ้ายังมีข้า ยังมีพี่น้อง ยังมีครอบครัวใหญ่ของพวกเรา พวกข้าเป็นครอบครัวของเจ้า พวกข้าเป็นห่วงและรักเจ้า ไม่อยากให้มีเรื่องใดเกิดขึ้นกั