ดียว แล้วเจ้าคิดว่าคนจะไม่ขัดแย้งกันเพราะเรื่องจับปลาเลยหรือ?”
“เอ่อ…”
“ตอนนี้มีเพียงครอบครัวข้าที่รู้วิธีหาปลาเช่นนี้ก็มีคนเริ่มอิจฉาตาร้อนเสียแล้ว พูดจากระทบกระทั่งไปทั่ว เจ้าคงไม่ได้คิดว่ามนุษย์ทุกคนจะเปี่ยมความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีจิตใจดีงามใสสะอาดถึงขั้นยอมเสียสละทุกอย่างให้ผู้อื่นด้วยความเต็มใจกระมัง?”
กานอี้เซียนแสดงชัดว่าตระหนักได้แล้ว จึงถามขึ้นอย่างห่อเหี่ยวว่า “เช่นนั้น…ก็ไม่ทำแล้ว?”
เป็นเรื่องดีงามที่เอื้อประโยชน์ต่อมหาชนชัด ๆ เขาไม่เข้าใจเลยว่าสุดท้ายจะกลายเป็นแบบที่จูต้าเหนียงพูดถึงได้อย่างไร?
ใครบางคนที่อาศัยอยู่ในศาลเจ้ามาจนชินรู้สึกว่าโลกมนุษย์ช่างซับซ้อนยิ่งนัก!
“เจ้าอยากมอบผลประโยชน์ให้ส่วนรวม เรื่องนี้ข้าเห็นด้วย แต่ไม่ใช่วิธีการของเจ้า มีคำกล่าวไว้ว่า ‘ข้าวสารหนึ่งเซิงก่อเกิดบุญคุณ ข้าวสารหนึ่งโต่วบ่มเพาะความแค้น’ [1] ก็คือหลักการนี้เอง พวกเราสามารถสอนอะไรบางอย่างให้พวกเขาได้ แต่ไม่อาจให้เปล่า ๆ ไปเสียทุกอย่าง ถ้าให้เปล่าไปเสียทั้งหมด ทุกคนไม่เพียงจะไม่รู้สึกว่าของสิ่งนั้นมีค่า แต่ยังคิดว่ามันสมควรเป็นเช่นนั้นอีกด้วย จนกระทั่งวันหนึ่ง เจ้าไม่อาจให้ผู้อื่นได้อีกแล้ว คนอื่นก็จะตำหนิเจ้า เมื่อก่อนเจ้าก็ให้ข้ามาตลอดนี่นา แล้วทำไมตอนนี้ถึงให้ไม่ได้?”
เย่อวี๋หรานเกรงว่าเรื่องนี้จะทำลายต้นกล้าขุนนางน้ำดีไปเสีย จึงอธิบายหลักการบางอย่างให้เขาฟังอย่างใจเย็น
มอบปลาให้คน ม