นสะพรั่ง นั่นจึงจะเป็นโชควาสนาของปวงชนอย่างแท้จริง”
ทันใดนั้น กานอี้เซียนพลันรู้สึกว่า จูต้าเหนียงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาผู้นี้เป็นสตรีชนบทธรรมดาทั่วไปที่ไหนกัน นางเป็นผู้ทรงภูมิปัญญาคนหนึ่งต่างหากเล่า
แลดูเหมือนนางหยั่งเท้าอยู่บนพื้นพสุธา หากแท้จริงแล้วยืนอยู่เหนือมหาบรรพต สายตามองไกล ราวกับว่าสามารถมองไปเห็นจุดสิ้นสุดของโลก
“จูต้าเหนียง ผู้น้อยได้รับการชี้แนะแล้ว!” กานอี้เซียนแสดงคารวะต่อนางจากใจจริง
เขาคิดมาตลอดว่าตนเองเป็นเทพเซียน และเทพเซียนก็คือ ‘ผู้มาโปรด’ เพียงยืนอยู่บนที่สูงให้คนมาขอความช่วยเหลือ ยามนี้จึงตระหนักว่า ที่จริงแล้วถึงจะเป็นเพียงคนเดินดินธรรมดา บางครั้งยังเข้าใจหลักเหตุผลบางอย่างมากกว่าเทพเซียนอย่างพวกเขาเสียอีก
เพียงแต่บรรดาเทพเซียนอยู่ในที่สูงมาจนเคยชิน นาน ๆ ทีจึงจะลงมายังโลกมนุษย์เพื่อสดับฟังเสียงของมวลมนุษย์อย่างจริงจัง
เย่อวี๋หรานยิ้มพลางเบี่ยงกายหลบอีกครั้ง “เกรงใจไปแล้ว ข้าเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง พูดมากสักหน่อย เจ้าอย่ารำคาญข้าก็พอ จะมีหรือไม่มีธุระก็มาคุยสัพเพเหระกับข้าได้ ข้าชอบเสวนาเรื่อยเปื่อยกับคนอื่นยิ่งนัก”
นางไม่รู้ว่าตนเองจะสามารถช่วยคนหนุ่มผู้นี้ได้สักกี่มากน้อย แต่เย่อวี๋หรานคิดว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นางก็นับว่ามาจากโลกแห่งข้อมูลข่าวสาร สิ่งที่นางรู้จะมากกว่าเขาบ้างก็เป็นเรื่องธรรมดา
ไม่แน่ว่าเรื่องเหล่านั้นอาจช่วยจุดประกายความคิดให้เขาบ้า