ยดีจูเหล่าโถวเกินไปหน่อย
แม้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของร่างเดิมกับจูเหล่าโถวไม่อาจเรียกได้ว่าอยู่ระดับดี ทว่าในฐานะที่จูเหล่าโถวเป็นบุรุษคนเดียวที่เจ้าของร่างเดิมสามารถพึ่งพาได้ นางจะต้อง ‘เอาใจ’ จูเหล่าโถวไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอย่างแน่นอน
แต่เย่อวี๋หรานกลับไม่เหมือนกัน นางมาจากโลกที่ชายหญิงเท่าเทียม ในสมองไม่มีความคิดทำนองว่า ‘บุรุษคือผืนฟ้า’ อยู่เลยสักกระผีก นางเคยชินกับการตัดสินใจทำอะไรด้วยตนเอง ทั้งยังพึ่งพาตนเองมาจนชินแล้ว จึงตัดสินใจทำเรื่องต่าง ๆ โดยไม่เคยถามความเห็นของจูเหล่าโถว
ถ้าแค่ครั้งสองครั้ง ลูกชายอาจไม่พูดอะไร แต่เมื่อเวลาผ่านไปนานเข้า อย่างไรก็ต้องสังเกตได้
ขณะที่ความเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้เริ่มขึ้นหลังจากที่มารดาล้มฟาดพื้นไปคราวนั้น พวกเขาจึงเริ่มสงสัยว่า ตอนที่ท่านแม่ล้มไปตอนนั้น ท่านพ่อทำอะไรลงไปใช่หรือไม่ เป็นเหตุให้จิตใจของมารดาเย็นเยือก นางจึงได้เฉยชาต่อการคงอยู่ของบิดาเช่นนี้?
บิดามารดาก็มีวัยล่วงเลยมาขนาดนี้แล้ว กล่าวได้ว่าเป็นผัวแก่เมียเฒ่า เป็นคนที่ได้อุ้มหลานแล้ว พวกเขาในฐานะลูกชายไม่สะดวกจะเข้ามายุ่งเกี่ยวเรื่องระหว่างบุพการีจึงได้แต่บ่นให้กันฟังอย่างลับ ๆ
ได้แต่บอกว่าเย่อวี๋หรานโชคดี ช่วงเวลาที่นางย้อนมาประจวบเหมาะยิ่งนัก ถ้าเร็วหรือช้ากว่านี้ ก็อาจไม่ใช่เวลาที่บังเอิญถึงเพียงนี้อีก ความเปลี่ยนแปลงใหญ่หลวงเช่นนี้ย่อมก่อให้เกิดปัญหาตามมาแน่นอน
จูเหล่าโถวเอง