ียงหน้ากระดานออกมา
“เอาล่ะ พวกเจ้าดูให้ดี เอาเชือกสองเส้นที่อยู่ข้าง ๆ กันมาผูกปมเอาไว้ ทำได้ใช่ไหม?”
เย่อวี๋หรานเอาเชือกป่านสองเส้นมาผูกกัน สอนพวกนางว่าต้องผูกปมอย่างไร
“ที่จริงก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไรมาก แต่ต้องใช้ความอดทนหน่อยเท่านั้น พวกเราเหลือปลายเชือกไว้ค่อนข้างยาว ดังนั้นต้องค่อย ๆ ถักไปอย่างใจเย็น”
“เชือกป่านค่อนข้างหยาบ สานไม่ง่าย กินแรงอยู่บ้าง”
“ข้าจะสานแถวแรกให้ก่อน พวกเจ้าแต่ละคนก็ช่วยกันสาน ความยาวแถวล่างต้องได้ประมาณเท่า ๆ กับแถวแรกที่ข้าทำ ไม่อาจยาวเกินไป แต่ก็ไม่อาจสั้นเกินไป เข้าใจหรือไม่?”
……
หลี่ซื่อสงสัย “ท่านแม่ อันนี้คืออะไรเจ้าคะ?”
เย่อวี๋หรานกลัวว่าพวกนางไม่รู้ว่ากำลังทำอะไรอยู่แล้วจะไม่ตั้งใจทำ จึงคิดว่าควรจะต้องบอกพวกนาง “แหปลา”
“แหปลา? คืออะไรเจ้าคะ?”
“เป็นของที่ชาวประมงซึ่งอาศัยอยู่ริมน้ำใช้จับปลา แต่ยังแพร่หลายมาไม่ถึงพวกเราทางนี้จึงยังไม่มีใครรู้จัก” เย่อวี๋หรานพูด “แหปลาของพวกเขาใช้งานได้ทนทานกว่าของข้ามากนัก แหปากหนึ่งใช้งานได้หลายครั้ง ส่วนของพวกเรานี้เกรงว่าคงจะใช้ได้ไม่กี่ครั้งกระมัง”
นางยังเปรียบเทียบให้รู้ว่าปลาขนาดตัวประมาณเท่าใดจึงจะติดอยู่ในตาแหได้พอดี
“เข้าใจแล้วหรือยัง ถึงตอนนั้นปลาก็จะติดอยู่ในนี้ ดังนั้นพวกเจ้าจะต้องระวังช่องพวกนี้ให้ดี ใหญ่เกินไป ปลาก็จะหลุดไปได้ เล็กเกินไป ปลาก็จะเข้ามาไม่ได้”
แม้จะยังไม่เริ่มทำงาน แต่หลี่ซื่อก็เชื่อสนิทใจ