รา?
“ถึงจะไม่ถูกไปเสียทั้งหมด แต่ก็ประมาณนั้นแหละ” เย่อวี๋หรานกล่าวด้วยท่าทางสุขุม “เอาล่ะ ทำงานเถอะ ถ้าพวกเราสามารถทำเสร็จกันภายในวันนี้ พลบค่ำจะได้ให้เจ้าสามกับเจ้าสี่ไปลองใช้ที่แม่น้ำ ไม่แน่ว่าพรุ่งนี้เช้าอาจจับปลาได้ ข้าจะได้ทำน้ำแกงปลาให้ทุกคนกิน”
“ไม่เอานะ ท่านแม่ ข้าอยากกินลูกชิ้นปลาเจ้าค่ะ” หลี่ซื่อคิดถึงลูกชิ้นปลาที่เคยได้กินก่อนหน้านี้ว่ามีรสชาติโอชาเพียงใดก็พูดแย้งขึ้นมาทันควัน
เย่อวี๋หรานมองแหจับปลาบนท่อนไม้ แล้วเอ่ยว่า “ได้ แค่สานแหให้เสร็จก็พอ…”
ไม่ว่าจะเป็นหลี่ซื่อ หลิ่วซื่อ หลิวซื่อ หลินซื่อ หรือแม้กระทั่งจูปาเม่ย หลินซานยา และหลินซื่อยา ทุกคนพลันมีเรี่ยวแรงในการทำงานขึ้นมาทันที
ปลาเอ๋ย สานเสร็จแล้วก็จะได้กินปลา!
อูย น้ำลายไหลรอแล้ว
เมื่อมีแรงขับเคลื่อนเป็นของกินเช่นนี้ ทุกคนก็ทำงานกันอย่างกระฉับกระเฉง กอปรกับมีคนช่วยกันทำหลายคน แหปากนั้นก็เป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาตามลำดับ
เย่อวี๋หรานเห็นว่าเวลาพอสมควรแล้ว ก็ให้ลูกสะใภ้คนหนึ่งไปอุ่นอาหารหมูแล้วเอาไปป้อนหมู
ครั้นอาหารหมูบนเตาอุ่นเรียบร้อย จึงเปลี่ยนให้ลูกสะใภ้อีกคนไปทำอาหารมื้อเย็น
เมื่อจูซานกับจูซื่อถือนกกระจอกหลายตัวกลับมา ก็เห็น ‘แห’ ที่ขึงไว้ในลานเรือน
“ท่านแม่ พวกท่านทำอะไรกัน?”
“สานแห” ไม่รอให้เย่อวี๋หรานตอบ หลี่ซื่อก็พูดขึ้นด้วยท่าทางร่าเริง “ท่านแม่บอกว่าถ้าสานเจ้าสิ่งนี้เสร็จแล้วจะให้พวกเจ้าเอาไปกางไว้ในแม่น้ำหล