้แต่ผู้ใหญ่ออกไปตากแดดยังจับลมร้อนได้ นับประสาอะไรกับเด็ก ๆ
แม้ว่าในเรือนจะต้มชาสมุนไพรเอาไว้ แต่นั่นไม่ใช่ยารักษาสารพัดโรคเสียหน่อย คิดว่าดื่มแล้วก็ปลอดภัยไร้อันตรายจริงหรือ?
“ข้าทราบแล้วขอรับ ท่านย่า” ต้าเป่ายิ้มแหย วิ่งกลับเข้าไปหยิบหมวกจากในเรือน แล้วค่อยกล่าวลากับนาง
ระหว่างทาง เขายังพบจูซานกับจูซื่อที่กำลังหาบมัดข้าวกลับมา
“ต้าเป่า เจ้าไม่เฝ้าเมล็ดข้าวในเรือน นี่จะไปไหนกัน?” จูซานเรียกเขาเอาไว้
“ไปเก็บดอกตู้เจวียนสีเหลืองขอรับ”
“เก็บมาทำไม?”
“ท่านย่าบอกว่า เมล็ดข้าวที่แช่ในน้ำดอกตู้เจวียนสีเหลืองสามารถทำให้นกกระจอกกินแล้วสลบได้”
จูซานทึ่ง “จริงรึ?”
“ท่านย่าบอกมาเช่นนั้นขอรับ”
จูซานนึกอิจฉา ตอนเขายังเด็ก เหตุใดมารดาจึงไม่บอกเรื่องนี้กับเขาบ้าง?
เขากลับไปถึงเรือนก็บ่นเรื่องนี้ให้เย่อวี๋หรานฟัง
ถึงจะพูดอย่างอ้อม ๆ แต่เย่อวี๋หรานก็ยังพอเดาความรู้สึกของเขาออก มุมปากจึงกระตุกเล็กน้อย “เจ้าโตขนาดนี้แล้วยังจะไปคิดเล็กคิดน้อยกับเด็ก ๆ อีกหรือ?”
“ท่านแม่ ข้าไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยกับเด็ก ๆ นะขอรับ ตอนที่ข้ากับเจ้าสี่ยังเล็ก ท่านไม่อนุญาตให้พวกข้าใช้เมล็ดข้าวไปล่อนกกระจอกด้วยซ้ำ ทั้งยังไม่เคยบอกพวกข้ามาก่อนว่าดอกตู้เจวียนสีเหลืองใช้วางยาสลบนกกระจอกได้”
“ตอนนั้นแต่ละวันข้ายุ่งจะตาย จะเอาเวลาที่ไหนมาคิดถึงเรื่องพวกนี้?” เย่อวี๋หรานจะบอกความจริงได้หรือ? นางได้แต่ต้องแบกรับความผิดแทนเจ้าของร่า