็กอยู่อีกหรือ” เย่อวี๋หรานพูด “อีกอย่างเจ้าคิดว่าการจับนกกระจอกเป็นเรื่องง่ายหรือไม่? สติปัญญา สายตา ความอดทน การตัดสินใจ ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมือ ทุกอย่างต้องประสานกัน คงแย่นิดหน่อยถ้าพวกมันบินหนีไป ไม่มีอะไรให้เด็ก ๆ เล่น แต่มันก็ไม่เป็นไร เด็กจากครอบครัวชาวไร่ ถ้าไม่เล่นจับนกแล้วยังเรียกว่าเป็นเด็กจากครอบครัวชาวไร่อีกหรือ”
จูปาเม่ยพูดไม่ออก “แต่ปีที่แล้วท่านแม่ไม่ปล่อยให้พวกเขาเล่นเลยนะเจ้าคะ”
“นั่นมันปีก่อน ๆ ตอนนี้พวกเขาโตแล้ว” เย่อวี๋หรานไม่กล้ายอมรับว่าเจ้าของร่างเดิมไม่ยอมให้เล่นกัน เพราะเกรงว่าจะสูญเสีย ‘อาหาร’
แต่นางรู้สึกว่ามันจะเสียมากสักแค่ไหนกันเชียว?
หรือตอนที่เมล็ดข้าวโตบนข้าวเปลือก แล้วจะไม่มีนกกระจอกมาขโมยกิน?
เมื่อเทียบกับกระบุงขยะแล้ว เย่อวี๋หรานรู้สึกว่าบางทีอาจจะมีวิธีที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว อย่างเช่นการวางยา
“ต้าเป่า” เย่อวี๋หรานตะโกนเรียก
“ขอรับ ท่านย่า ข้ามาแล้วขอรับ” ต้าเป่าลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว วิ่งไปโดยไม่แตะต้องขี้เถ้าบนพื้น
“แปะ ๆ เป็นสีเทาหมดเลย”
ต้าเป่ารีบตอบทันที “ท่านย่าขอรับ ข้าทำความสะอาดเรียบร้อยแล้ว”
“เจ้าคิดว่าวิธีแบบนั้นจะจับนกกระจอกได้รึ?” เย่อวี๋หรานเอาม้านั่งข้าง ๆ ออกมา และถามต่อ
“ข้าไม่รู้ขอรับ” ต้าเป่าเกาหัว “แต่รู้สึกว่ายากมากขอรับ”
เมื่อก่อนต้าเป่าเคยได้ยินเพื่อนพูดถึงการจับนกกระจอก น่าเสียดายที่เขาไม่เคยทำได้เลย คาดไม่ถึ