ะเอ้อร์เป่านั้นรู้ความมาก ครั้นเห็นว่าครอบครัวเริ่มตากข้าวแห้งก็ไม่ได้ออกไปเที่ยวเล่นนอกบ้านกับจูชีอีก ทั้งสองคนอยู่เฝ้าในลานบ้าน
แม้จะน่าเบื่อสักหน่อย แต่พวกเขาต่างฝ่ายต่างทดสอบกันด้วย ‘คำถาม’ ตั้งแต่การบวกลบไปจนถึงการท่องจำประโยค หาความสนุกในแบบของตัวเอง ไม่เพียงเท่านั้น ต้าเป่ายังออกความเห็นดี ๆ ด้วยการไปหากระบุงอันหนึ่งมาและใช้ไม้ไผ่ค้ำด้านล่างเพื่อจับนก
เด็ก ๆ พวกนี้ขโมยอาหารจากบ้านตัวเองมา ‘เล่นเกม’ จับนก เย่อวี๋หรานแสร้งทำเป็นไม่เห็น และลอบสังเกตอย่างเงียบ ๆ ว่าพวกเขาจะจับได้หรือไม่
นี่เป็นเรื่องของความอดทน
สำหรับการสังเกตนก ถ้าไม่ใช้สายตาและความว่องไว เป็นไปได้ว่านกจะได้ยินการเคลื่อนไหวและหนีไปก่อนที่กระบุงจะหล่นลงมา
“คิก ๆ…” จูปาเม่ยปิดปากของนางที่ประดับรอยยิ้ม และแอบพูดกับเย่อวี๋หรานว่า “ท่านแม่ ท่านคิดว่าพวกเขาโง่หรือเปล่าเจ้าคะ ถ้าตอนที่นกนั่นเข้าไปแล้วไม่ดึง แต่คนเดินไปดึงแล้วจับมันได้สิแปลก”
เย่อวี๋หรานเหลือบมองนาง “เจ้าคิดว่าฉลาดกว่านกหรือไม่? ถ้าพวกมันจับง่ายเพียงนั้นก็คงสูญพันธุ์ไปนานแล้ว”
แน่นอนว่าเด็ก ๆ รอให้นกกระจอกเข้าไปในกระบุงก่อนจะดึง เพียงแต่พวกเขามีความลังเลเล็กน้อยที่จะให้นกกินอีกสักครู่จึงรีบดึงเกินไป นกที่ตื่นตัวอยู่ตลอดและยังอยู่ในระยะปลอดภัยก็หนีไปอย่างรวดเร็ว
“แล้วท่านแม่ยังจะปล่อยให้พวกเขาจับอยู่อีกหรือเจ้าคะ?” จูปาเม่ยมึนงง
“เด็กที่ไม่ซนยังจะเป็นเด