าเป่าและเอ้อร์เป่าพาจูชีมาด้วยความดีใจ ยิ้มแป้นพลางตะโกนว่า “มีเนื้อกิน เย็นนี้มีเนื้อกิน!”
“ท่านพ่อเย็นนี้มีเนื้อกินขอรับ!”
“ท่านปู่เย็นนี้มีเนื้อกินขอรับ!”
…..
แม้ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าจะยังพูดไม่ชัดนัก แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อจูซาน จูซื่อ และจูอู่ ในการได้ยินประเด็นสำคัญว่าเย็นนี้มีเนื้อไก่ให้กินทั้งตัว
“หา?! ไม่อยากจะเชื่อว่าท่านแม่จะฆ่าไก่ นี่ไม่เสียดายแล้วงั้นรึ” จูซื่อรู้สึกประหลาดใจ
ในยามปกติท่านแม่เห็นว่าไก่พวกนั้นมีค่ามาก พวกมันทั้งหมดถูกเลี้ยงไว้เพื่อออกไข่ แตะต้องไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว และตอนนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าไก่ของบ้านพวกเขาออกไข่จำนวนมากกว่าของบ้านอื่น
“มีกินก็ดีแล้ว อย่าให้ท่านแม่ได้ยินเชียว ไม่อย่างนั้นเจ้าจะไม่ได้กินอะไรเลย” จูอู่หันหลังให้เขาทันที
จูซื่อรีบหุบปากฉับ
จูซานรับผิดชอบในการพูดคุยกับต้าเป่าและเอ้อร์เป่า
หลี่ซื่อออกมาจากครัวก็พบว่าทุกคนกลับมาแล้วจึงรีบเรียก ‘ท่านแม่’ หนึ่งคำ พลางเอ่ยถามว่ากินข้าวเลยหรือไม่
ผู้ชายสกุลจูรู้ในทันใด ดูเหมือนวันนี้พวกผู้หญิงสกุลจูล้วนรอคอยมื้ออาหารเป็นพิเศษ เพียงแค่นึกถึงคำว่า ‘เนื้อ’ ที่ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าพูดออกมาก่อนหน้านี้ พวกเขาก็เข้าใจ
แน่นอนว่าความเข้าใจทั้งหมดนี้คงไม่มากเท่าความรู้สึกของเหล่าสะใภ้ที่นำมื้อเย็นออกมาจัดเตรียมไว้เบื้องหลังโต๊ะ
“อาหารมันไม่อู้ฟู่เกินไปหน่อยรึ?!” จูซื่ออดไม่ได้ที่จะอุทาน
เนื้อหม้อเล็กหนึ่งหม้