อ น้ำแกงเนื้อชามหนึ่ง พร้อมน้ำแกงหม้อหนึ่ง ขนมไคว่ปิ่งหนึ่งตะกร้า เขากล้ารับรองเลยว่าช่วงปีใหม่ยังไม่เคยมีอาหารหรูหรามากมายขนาดนี้
เขากลืนน้ำลายหนึ่งอึก นิ่งคิดว่าตัวเองจะได้ส่วนแบ่งกี่ชิ้น
หลี่ซื่อกล่าวออกมาพร้อมยิ้มตาหยี “ต้องอิ่มแน่นอน ท่านแม่ทำอาหารจากไก่ทั้งตัวเลย”
นางชี้แนะนำสิ่งที่อยู่ในหม้อและถ้วยน้ำแกง ทั้งยังไม่ลืมบอกพวกเขาว่าในหม้อนั้นมีไก่อยู่ก้นหม้อ วันนี้รับรองว่าเพียงพอที่ทุกคนจะกินอิ่มหน่ำสำราญ
“อึก~” ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าน้ำลายไหลย้อยลงจากมุมปาก
ผู้ชายสกุลจูมองไปทาง ‘เนื้อ’ บนโต๊ะอาหารด้วยสายตากระตือรือต้น
แต่ต่อให้กระตือรือร้นเพียงใดก็ไม่มีประโยชน์ เพราะก่อนกินข้าวเย่อวี๋หรานจะให้ต้าเป่าและเอ้อร์เป่าท่องหนังสือก่อน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะกำลังใจจากอาหารหรือไม่ เด็กทั้งสองคนท่องจำอย่างชำนิชำนาญ จูชีไม่ต้องพูดก็ไม่มีปัญหา แต่จูปาเม่ยนั้นฮึกเหิมผิดปกติ
เย่อวี๋หรานเหลือบมองจูปาเม่ยที่มีความกระตือรือร้น “ถ้าหลังจากนี้ตั้งใจท่องหนังสือ เจ้าก็จะพัฒนาได้มากขึ้น”
จูปาเม่ยหดคอ “ท่านแม่ ปกติ…ที่จริงข้าก็ตั้งใจมากแล้วนะเจ้าคะ”
หลินซานยาและหลินซื่อยากำลังทุกข์ระทม พวกนางไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ชัดเจนว่าไม่ได้รับสืบทอดความสามารถในการท่องจำมาจากคนสกุลจู
‘เจออุปสรรคเข้าให้แล้ว’
จูปาเม่ยมองไปทางพวกนางสองคน สองพี่น้องกำลังกลัวจนหัวใจเต้นรัว เจ้าต้องพยายามหน่อย วันนี้มื้ออาหารของข้าต้องพึ่งพวกเจ้า