กลียวก่อนที่จะปิดตาลง ก็นับว่าจากไปอย่างวางใจได้แล้ว
จูซานเสิ่นคิดจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ถูกจูซื่อเสิ่นสะกิดแขนเอาไว้จึงไม่พูดออกมา นี่ก็คือความลำบากในการอยู่ร่วมกับผู้สูงอายุ จะพูดอะไรก็ต้องระวังไปหมด ช่างน่าอึดอัดยิ่งนัก
เย่อวี๋หรานพอเดาได้ว่าจะต้องมีคนมาเก็บใบสะระแหน่ แต่คิดไม่ถึงว่าคนจะแห่กันมามากมายเพียงนี้
เมื่อนางรับประทานอาหารเช้าเสร็จก็คว้าตะกร้า พาจูปาเม่ย หลินซานยา กับหลินซื่อยาออกมา ครั้นมองเห็นริมลำธารก็พบว่ามีคนมาเก็บใบสะระแหน่กันแล้ว
เมื่อทุกคนเห็นพวกนาง ก็ยังยิ้มแย้มกล่าวทักทายอีกด้วย
“จูต้าเหนียง เจ้าก็ออกมาเก็บใบสะระแหน่หรือ? เจ้าช่วยข้าดูเร็วว่าที่ข้าเด็ดมาถูกหรือไม่?”
“จูต้าเหนียง เจ้าช่วยดูหน่อยสิว่าใช่สีนี้ไหม? ข้าบอกแล้วว่าเป็นแบบนี้ แต่นางกลับบอกว่าไม่ใช่”
“จูต้าเหนียง เจ้านี่เอาใส่น้ำต้มก็พอแล้วใช่ไหม?”
……
เมื่อก่อนแต่ละคนล้วนหลีกเลี่ยงนาง ตอนนี้กลับดีนัก ต่างคนต่างก็เข้ามาหา ทำหน้าหนาพูดจากับนางอย่างสนิทสนม
เย่อวี๋หรานทอดถอนใจ ชาวนาสมัยโบราณช่างมีความคิดเรียบง่ายยิ่งนัก ไม่มีผลประโยชน์ก็ไม่ตื่นเช้า
นางไม่ได้ปิดบังอำพราง ดึงใบที่ไม่ใช่ออกจากตะกร้าให้พวกนาง บอกพวกนางว่าต้นไม้ที่อยู่ริมลำธารต้นไหนใช่ ต้นไหนไม่ใช่ ชี้ให้ทุกคนเห็นทีละต้น
บริเวณนี้มีสะระแหน่ขึ้นตามริมลำธารหนาแน่นเป็นทิวแถว เพียงพอให้สตรีทั้งหลายเก็บกลับไปได้สบาย ๆ
เย่อวี๋หรานพาเด็กสาวทั้งสามคนออกม