าเล่ห์ผู้นั้นก็จริง แต่ก็ไม่อาจเอามาลงกับคนรุ่นหลัง
จูปาเม่ยยังอธิบายสรรพคุณอื่น ๆ ของชาสมุนไพร บอกว่าใบสะระแหน่นอกจากสามารถคลายร้อนได้แล้ว หากปวดหัวตัวร้อน เป็นไข้ เจ็บคอ ก็สามารถต้มมาดื่มได้เช่นกัน
แต่ว่าใบสะระแหน่มีฤทธิ์เย็น สตรีควรดื่มแต่น้อย คนที่ตั้งครรภ์หรือคนสุขภาพไม่แข็งแรงกลัวหนาวไม่อาจดื่มได้
“ท่านแม่ยังบอกว่าสะระแหน่มักขึ้นอยู่ริมลำธาร อาสะใภ้สามและอาสะใภ้สี่ถ้าว่าง ๆ สามารถเก็บกลับมาตากแห้งเอาไว้ได้ ถึงเวลาจำเป็นต้องใช้ก็สามารถนำมาชงกับน้ำร้อนได้เจ้าค่ะ”
“แต่ว่าชาที่ใช้ใบแห้งชงเช่นนี้ รสชาติอาจไม่กลมกล่อมเท่ากับนำใบสดมาต้ม”
……
จนกระทั่งจูปาเม่ยพาต้าเป่ากับเอ้อร์เป่าจากไปแล้ว จูซานเสิ่นยังรู้สึกว่าน่าเหลือเชื่ออยู่บ้าง
“หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์มีน้ำใจเพียงนี้เชียว?” นางคิดว่าอีกฝ่ายอาจวางอุบายอะไรซ่อนอยู่
จูซื่อเสิ่นครุ่นคิดแล้วเอ่ยว่า “คาดว่านางคงอยากคืนดีกระมัง”
“อาศัยอะไร? นางอยากบอกว่าคืนดีก็คืนดี อยากแตกหักก็แตกหัก นางคิดว่าตัวเองเป็นใคร?” จูซานเสิ่นโพล่งขึ้น
จูซื่อเสิ่นไม่ได้พูดอะไร แต่มองพ่อเฒ่าจูกับแม่เฒ่าจูที่เงียบขรึมไปเล็กน้อย
พ่อเฒ่าจูกับแม่เฒ่าจูถอนหายใจเบา ๆ ไม่ได้พูดอะไร แต่ถ้าจะให้พวกเขาพูด เรื่องในปีนั้นก็ให้เป็นเรื่องของปีนั้น ผ่านมาหลายปีแล้ว ลูกหลานโตกันหมดแล้ว ต่อให้โกรธแค้นกว่านี้ก็น่าจะสลายไปหมดแล้ว
พวกเขาอาจจากไปในสักวัน ถ้าสามารถเห็นครอบครัวรักใคร่กลมเ