แล้ว อย่างไรก็คงทำนาเป็น”
เขาคิดไว้ว่าเจ้าใหญ่ ‘ว่าง่าย’ เดี๋ยวค่อยให้เจ้าใหญ่มารายงานกับเขาเรื่อย ๆ เขาจะได้คอยระวังภรรยาผู้นี้เอาไว้ ถึงตอนนั้นจะปลูกข้าวอย่างไรก็ล้วนอยู่ในการควบคุมของเขาแล้วไม่ใช่หรือ?
“ได้ ให้เจ้าใหญ่อยู่กับข้า เจ้ารองก็ให้ไปอยู่กับเจ้าแล้วกัน ให้เจ้าสามกับเจ้าสี่ไปอยู่กับเจ้าด้วย ข้าขอเจ้าห้ากับเจ้าเจ็ด” เย่อวี๋หรานแบ่งกลุ่มลูกชายที่เหลือ
จูเหล่าโถวขมวดคิ้ว “เจ้าห้ายังด้อยประสบการณ์ เจ้าเจ็ดก็เป็นคนสมองทึ่ม เจ้าแน่ใจนะ?”
“ที่ดินของพวกเรามีอยู่แค่นั้น เจ้าใหญ่คนเดียวจะดูแลไม่ได้เลยหรือ? วางใจเถอะ เขาคนเดียวก็เอาอยู่”
จูเหล่าโถวนึกถึงที่ดินของครอบครัว แล้วนึกย้อนไปสมัยที่ตนเองยังหนุ่ม เขาก็ทำนาคนเดียวเหมือนกัน จึงค่อยวางใจ ตอบรับการเดิมพันนี้
มุมปากเย่อวี๋หรานยกขึ้นเล็กน้อย คิดไม่ถึงเลยว่าเรื่องนี้จะสะสางลงได้ด้วยความบังเอิญเช่นนี้ นางยังคิดอยู่เลยว่าจะงัดที่ดินสักผืนจาก ‘ทาสเฝ้าที่ดิน’ อย่างจูเหล่าโถวมาทำการเพาะปลูกอย่างไรดี และโอกาสกลับเดินเข้ามาหาเสียเอง
นางอารมณ์ดีจนเกือบจะครวญเพลงขึ้นมาเลยทีเดียว
ครั้นผู้ใหญ่คนหนึ่งโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงจากไป ส่วนอีกคนผละไปด้วยความเบิกบาน ในลานเรือนก็พลันเงียบเป็นเป่าสาก ทุกคนรวมถึงจูอู่ล้วนกลั้นหายใจ กลัวว่าทั้งสองคนจะกลับมาอาละวาดกันอีกครั้ง
จูอู่ลูบเหงื่อที่ไม่มีอยู่จริงบนหน้าผาก ตระหนกตกใจยิ่งนัก
เขาคิดในใจว่ามารดาของเขาใ