จกล้าขึ้นทุกที บิดาของเขาก็จริง ๆ เลย ยอมถอยให้ครั้งแล้วครั้งเล่า นี่ไม่เท่ากับว่าปล่อยให้ท่านแม่ได้คืบเอาศอกหรอกหรือ?
เมื่อคิดเช่นนี้ เขาก็ถลึงตามองหลินซื่อโดยไม่ให้ใครสังเกต สตรีผู้นี้ถ้ากล้าเอาเยี่ยงอย่างมารดาของเขา เขาจะเอานางถึงตายเชียว
จูอู่สาบานเอาไว้ตั้งแต่เด็กแล้วว่า เขาจะต้องไม่เป็นสามีที่ ‘กลัวภรรยา’ เหมือนบิดาของเขาเด็ดขาด
หลินซื่อไม่รู้เลยว่าจูอู่กำลังมองตนเองตาขวาง นางยังกลัวอยู่บ้างจึงกระซิบถามหลี่ซื่อ “พี่สะใภ้สี่ เมื่อก่อนท่านพ่อท่านแม่เคยทะเลาะกันรุนแรงเช่นนี้ไหมเจ้าคะ?”
นางคิดว่าตนเองต้องเตรียมใจเอาไว้บ้าง มิเช่นนั้นถ้าเกิดเรื่องทำนองนี้เป็นระยะ นางคงต้องตกใจตายกันเลยทีเดียว!
หลี่ซื่อส่ายศีรษะแล้วกล่าวเสียงเบา “ข้าแต่งเข้ามาตั้งนานแล้วก็เพิ่งจะเคยเห็นเป็นครั้งแรกนี่แหละ”
ส่วนหลิวซื่อก็พูดเสียงเบา “ข้าก็เพิ่งเคยเห็นครั้งแรกเหมือนกัน”
“พี่สะใภ้ใหญ่ล่ะเจ้าคะ?” หลี่ซื่อหันไปหาหลิ่วซื่อ
หลิ่วซื่อใจลอยไปครู่หนึ่ง “หืม?”
“ท่านพ่อท่านแม่เคยทะเลาะกันแบบนี้มาก่อนไหมเจ้าคะ?”
หลิ่วซื่อก้มหน้าตอบ “ไม่เคย”
ทุกคนไม่รู้ว่าเย่อวี๋หรานอยากได้ที่นาเพราะจะทำนาเองจริง ๆ หรือแค่จะเสนอแนะวิธีการแล้วให้ลูกชายเป็นคนทำนา
สิ่งที่ทำให้จูอู่รู้สึกค่อนข้างเศร้าใจก็คือเขาถูกท่านแม่ระบุชื่อออกมา เจ้าเจ็ดก็เป็นแค่คนทึ่มคนหนึ่ง ถึงตอนนั้นเขาคงต้องได้ช่วยงานพี่ใหญ่แน่นอน เกรงว่าคงไม่มีโอกาสแอบอู้เ