ก็คงจะไม่ให้เจ้าชิมสักคำแล้ว” เย่อวี๋หรานกล่าว
หลี่ซื่อเบะปาก
จูปาเม่ยพาหลินซานยากับหลินซื่อยาเข้ามา เห็นถ้วยบนเตาก็เดินเข้ามายกถ้วยขึ้นดู “ท่านแม่ อันนี้ก็คือชาสมุนไพรใช่ไหมเจ้าคะ? สีของน้ำแปลก ๆ อยู่นะ”
“ให้จิบทีละนิด อันนี้จะเย็น ๆ หน่อย เพิ่งเคยดื่มอาจยังไม่ชิน” เย่อวี๋หรานเพิ่งจะพูดจบก็ได้ยินเสียงหลี่ซื่อดังมาจากข้างนอก “เย็นจริงเจ้าค่ะ”
จูปาเม่ยดื่มไปหนึ่งคำอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็กล่าวขึ้นอย่างตื่นเต้นระคนยินดี “ท่านแม่ เย็นจริงด้วยเจ้าค่ะ! รสชาติเย็นสดชื่น กระปรี้กระเปร่ายิ่งนัก”
หลินซานยากับหลินซื่อยาก็พยักหน้าไปด้วย “อื้ม ๆ เย็น ๆ เจ้าค่ะ”
เห็นหลินซื่อ หลิ่วซื่อ และหลิวซื่อเดินเข้ามา เย่อวี๋หรานก็นึกขึ้นได้ว่าใครบางคนกำลังอยู่ไฟ จึงเปลี่ยนถ้วยของนางแล้วเทให้คำเดียว “อย่าหาว่าข้าตระหนี่เลย ตอนนี้เจ้าก็เหมือนกับเมียเจ้าสี่ กินของที่มีฤทธิ์เย็นไม่ได้ ชาสมุนไพรอันนี้ก็ไม่ได้เหมือนกัน ชิมได้คำเดียว”
หลิวซื่อเห็นแล้วค่อยสะใจขึ้นมาหน่อย แท้งไปครั้งเดียวยังจะวุ่นวายขนาดนั้น สะใภ้บ้านไหนเป็นเหมือนนางบ้าง? นางไม่กล้าโทษว่าแม่สามีลำเอียง ได้แต่แอบตำหนิว่าสะใภ้เหล่านั้นหาเหตุ ชอบเอาเปรียบนางอยู่เรื่อย
หลิ่วซื่อดื่มชาสมุนไพรเข้าไปคำหนึ่งก็ตะลึง เมื่อครู่ได้ยินพวกนางพูดกันว่า ‘เย็น ๆ’ นางคิดว่าพวกนางพูดไปเพื่อเอาอกเอาใจแม่สามีเสียอีก ตอนนี้ได้ดื่มเองจึงทราบว่าที่แท้ก็เย็นจริง ๆ!
สัมผ