ทำกับข้าวก็เพียงแค่เด็ดใบใส่ลงไปในน้ำแกง ความคิดนี้ก็ไม่เลวนัก
“จูต้าเหนียง…”
เย่อวี๋หรานได้ยินเสียงคนเรียกชื่อก็เงยหน้าขึ้น “เป็นเจ้า?”
เย่อวี๋หรานประหลาดใจเล็กน้อย ที่แท้กลับเป็นกานอี้เซียนที่เคยถูกนางตีไปตอนนั้นเพราะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นคนเลว
จะว่าไปก็แปลกนัก หลังจากได้พบเขาในวันนั้นแล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย
เขาอ้างว่าเพิ่งมาอยู่ที่หมู่บ้านสกุลจู ตามหลักแล้ว ด้วยการแต่งกายเช่นนี้ของเขา หากคนในหมู่บ้านพบเห็นก็คงจะมีคนพูดถึงแล้ว แต่คนที่มักออกไปเดินทอดน่องและเก็บข่าวซุบซิบนินทาของชาวบ้านกลับมาอย่างหลี่ซื่อกลับไม่เคยเอ่ยถึงเขาเลยสักครั้ง นับว่าประหลาดนัก
แม้ว่าคนผู้นี้จะเคยช่วยเหลือตนเองมาก่อน แต่เย่อวี๋หรานก็อดจะระแวงขึ้นมาไม่ได้
“ข้าเอง จูต้าเหนียง ท่านทำอะไรอยู่?” กานอี้เซียนมองความเคลื่อนไหวของนางอย่างสนใจใคร่รู้
“เก็บใบสะระแหน่กลับไปทำน้ำแกง” เย่อวี๋หรานไม่คิดว่านี่จะมีปัญหาอะไรจึงพูดออกมา จากนั้นก็ทำทีถามออกไปอย่างสงสัย “คุณชายกานยังอยู่ที่หมู่บ้านสกุลจูอีกหรือ ทำไมข้าไม่เคยพบเจ้าในหมู่บ้านเลยล่ะ?”
กานอี้เซียนยิ้มอย่างขัดเขินเล็กน้อย เขาชี้ไปทางด้านหลังเขาไท่ตัง “ข้าสร้างกระท่อมหลังหนึ่งขึ้นทางนั้น ไม่ได้อาศัยอยู่ในหมู่บ้าน ปกติถ้ามีธุระจึงจะลงมาจากเขา ไม่มีเรื่องอะไรก็อยู่บนนั้น”
ในฐานะที่เป็นถู่ตี้เฉิน เขาไม่จำเป็นต้องอาศัยอยู่ในหมู่บ้านก็สามารถ ‘มองเห็น’ สรรพสิ่งที่เกิดขึ้นใน