หมู่บ้านสกุลจู
ว่ากันตามตรง กานอี้เซียนคิดว่า ‘จูต้าเหนียง’ ผู้นี้ช่างน่าอัศจรรย์ยิ่งนัก นางมักจะทำอะไรที่คนในหมู่บ้านจินตนาการไม่ถึงอยู่เสมอ
เมื่อครู่เขาเห็นฟางโต่วอันนั้นก็รู้สึกปรีดายิ่งนัก หากของแบบนั้นแพร่หลายในหมู่บ้านสกุลจู ยังต้องกลัวว่าชาวนาบนผืนดินในความดูแลของเขาจะเก็บเกี่ยวไม่ได้ผลดีอีกหรือ?
“เจ้าอาศัยอยู่บนเขา?” เย่อวี๋หรานมองไปยังภูเขาอันโอฬารเบื้องหลังกานอี้เซียน ซึ่งไม่มีใครทราบว่าสูงใหญ่กว้างไกลปานไหน “อันตรายเกินไปหรือเปล่า ได้ยินมาว่าบนเขามีสัตว์ดุร้ายชุกชุม ปกติเวลาพวกข้าขึ้นเขาก็ไม่กล้าเข้าไปลึกนัก กลัวว่าจะไปเจอเสือโคร่งอะไรพวกนี้เข้า คุณชายกาน เจ้าใจกล้ายิ่งนัก ถึงกับกล้าอาศัยอยู่ที่นั่นด้วย…”
“ข้าพอรู้วิชาป้องกันตัวเล็กน้อย อาศัยการล่าสัตว์เลี้ยงชีพ” กานอี้เซียนหาฐานะที่สมเหตุสมผลให้ตัวเองได้แล้ว “หากไม่อาศัยอยู่ในป่าเขาแล้วข้าจะล่าสัตว์ได้อย่างไร? ต่อไปถ้าจูต้าเหนียงอยากเปลี่ยนรสชาติไปกินของป่าอะไรพวกนี้ก็บอกข้าได้ ข้าจะไปล่ามาให้ท่าน”
“ต้องขออภัยจริง ๆ ครอบครัวเล็ก ๆ อย่างพวกข้ากินของป่าหายากเช่นนั้นไม่ไหวหรอก…” เย่อวี๋หรานลอบกังขาในใจ คิดว่านางโง่หรือไร ใส่ชุดแพรไหมล้ำค่า แต่เป็นนายพรานเนี่ยนะ?!
ประทานโทษด้วย นางเพิ่งจะเคยพบเคยเห็นนายพรานที่แต่งตัวเหมือนคุณชายเนี่ยแหละ ครั้งนี้ได้เปิดโลกแล้ว
“ไม่เลย ๆ จูต้าเหนียง ท่านเข้าใจผิดแล้ว ข้าไม่ได้จะคิดเงินกับท่า