น ข้าแค่อยากแลกเปลี่ยนกับของอย่างอื่น” กานอี้เซียนรีบอธิบาย “ข้าเป็นนายพราน เพาะปลูกไม่เป็น คงไม่อาจกินเนื้อสัตว์อยู่ทุกเมื่อเชื่อวันโดยไม่กินข้าวเลยกระมัง? ข้าเลยอยากจะเอาสัตว์ที่ล่ามาได้ไปแลกข้าวสารจากท่าน ท่านสบายใจได้ ราคาถูกกว่าเนื้อที่ขายอยู่ข้างนอก ไม่ให้ท่านต้องเสียเปรียบแน่นอน”
“ทำไมเจ้าไม่เอาไปขายในตำบลล่ะ? ถ้าเอาไปขายได้ราคาดีก็ซื้อข้าวสารกลับมาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว” เย่อวี๋หรานลองหยั่งเชิง
“นั่นยุ่งยากเกินไป ข้าต้องการตัดปัญหานี่แหละ จูต้าเหนียง ท่านจะว่าอะไรหรือไม่ถ้าวันรุ่งขึ้นข้าจะไปแลกข้าวสารที่เรือนของท่าน?” กานอี้เซียนหาเหตุในการไปเยือนถึงเรือนผู้อื่นได้แล้ว ถึงตอนนั้นค่อยทำเหมือนว่าไปพบ ‘ฟางโต่ว’ เข้าโดยบังเอิญ เท่านี้ก็บรรลุจุดประสงค์แล้วไม่ใช่หรือ?
“วันรุ่งขึ้น? รีบขนาดนั้นเชียว”
กานอี้เซียนหน้าแดงขึ้นมาอีกครั้ง “ข้าวสารบ้านข้าหมดแล้ว”
ไม่รีบได้หรือ ตอนนี้อยู่ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยว เหมาะแก่การเผยแพร่ ‘ฟางโต่ว’ ยิ่งนัก ถ้าไม่คว้าโอกาสนี้ไว้ รอจนพวกท่านเก็บเกี่ยวเสร็จแล้ว ข้ายังจะผลักดันฟางโต่วไปทำไมกัน?
รอพรุ่งนี้?
ไม่ เรื่องนี้สมควรดำเนินการโดยเร็วที่สุด
เย่อวี๋หรานรู้สึกว่าคนผู้นี้มีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง นางครุ่นคิดว่าในเรือนนางมีแม่นางน้อยที่ยังไม่ได้หมั้นหมายอยู่คนหนึ่ง บ้านตนเองก็คล้ายว่าจะไม่มีอะไรให้อีกฝ่าย ‘หมายตา’ อีกแล้วกระมัง?
ส่วนจูปาเม่ย คราวก่อนกานอี