้าก็อย่าหาว่าข้าลำเอียงเลยนะ เมียเจ้าห้ายังต้องอยู่เดือนอยู่ไฟ ส่วนเมียเจ้าสี่ก็ตั้งครรภ์อยู่ ทำงานหนักไม่ได้ทั้งคู่ ข้าดูแลพวกนางเล็กน้อยก็เป็นเรื่องธรรมดา”
หลิ่วซื่อไร้ความเห็นแย้ง ขานรับว่า “เจ้าค่ะ”
ส่วนหลิวซื่อก้มหน้า หยิบมัดข้าวขึ้นมาอย่างเงียบ ๆ พึมพำว่าก็ลำเอียงมาแต่ไหนแต่ไร ยังจะมีเหตุผลมากมายปานนั้น!
“ถ้าพวกเจ้าคิดว่าข้าลำเอียงก็ช่วยไม่ได้อยู่ดี ใครใช้ให้ข้าเป็นแม่สามีกันล่ะ? ต่อให้ไม่พอใจก็ต้องทำตามข้าสั่งอยู่ดี” สิ่งที่เย่อวี๋หรานพูดย่อมไม่ใช่ถ้อยคำน่าฟังทั้งหมดอยู่แล้ว มิเช่นนั้นจะสอดคล้องกับนิสัยเจ้าของร่างเดิมหรือ?
เพียงแต่เมื่อเทียบกับเจ้าของร่างเดิมที่เอาแต่พูดถ้อยคำร้ายกาจ นางยังพูดถ้อยคำดี ๆ แถมมาอยู่บ้าง ดังคำกล่าวว่าตีเจ้าก่อน ค่อยให้พุทราหวานเจ้ากิน
เมื่อมีตัวช่วยในการนวดข้าวแล้วก็เร็วขึ้นกว่าการใช้ท่อนไม้ตีบนเสื่อยิ่งนัก หลินซื่อ หลี่ซื่อ จูปาเม่ย หลินซานยากับหลินซื่อยาช่วยกันแยกต้นหญ้าออกจากมัดข้าวก็ยังไม่มีเวลาให้แอบอู้
เย่อวี๋หรานเองก็อยากจะช่วยอีกแรง แต่นางพบว่าตนเองนวดข้าวได้ไม่เก่งเท่าพวกลูกสะใภ้ จึงหันไปดึงต้นหญ้าออกจากมัดข้าว แต่นางก็ยังดึงต้นหญ้าออกได้ไม่เร็วเท่าจูปาเม่ยที่อายุน้อยที่สุดอยู่ดี
ในสายตาของนางแล้ว ต้นหญ้ากับฟางข้าวไม่ได้ต่างกันสักเท่าไหร่ ความแตกต่างอย่างเดียวอยู่ที่เมล็ดข้าวตรงยอด รอจนนางดึงต้นหญ้าออกมาได้หนึ่งต้น คนอื่นก็ดึงไปได้สองต้