เปิดหนึ่งครั้งคู่ผนึกสามชั้น เสื้อฟางกันฝนคู่หมวกฟาง ไม้พายคู่ใบเรือ…”
เย่อวี๋หรานรอจนนางท่องจบหนึ่งบทแล้วก็กล่าวอย่างปลาบปลื้ม “ไม่เลว ๆ ไม่เสียทีที่หลานเจ้าว่าง ๆ ก็ท่องตำราอยู่ตรงหน้าเจ้าจนจำติดหู เจ้ากล่าวลาท่านป้าแล้วกลับไปทำงานต่อเถอะ”
จูปาเม่ยแสดงคารวะต่อแม่เฒ่าเฉียนตามมารยาทบุตรสาวสกุลใหญ่ที่เคยได้ร่ำเรียนมาก่อนหน้านี้ “ท่านป้าเชิญนั่งเถิด ผู้เยาว์ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”
แม่เฒ่าเฉียนเบิกตากว้าง
“แม้พวกข้าจะเป็นครอบครัวต่ำต้อย แต่ขอเพียงเด็กในบ้านมีความมุมานะ หากลำบากเล็กน้อยจะนับเป็นอย่างไร ขอเพียงมีคนหนึ่งได้ดี ยังต้องกลัวว่าทั้งครอบครัวจะลืมตาอ้าปากไม่ได้อีกหรือ?”
เย่อวี๋หรานพูดจบก็สลัดท่าทางสูงส่งทิ้งไป และกล่าวอย่างอ่อนน้อมถ่อมตนยิ่งนัก “ต้องขออภัยจริง ๆ เด็กคนนั้นยังเรียนรู้มาน้อย โอ้อวดไปบ้าง กิริยาหยาบกระด้างไร้ความสง่างาม ไม่มีผู้ใหญ่คอยมอง บางทีก็ยังทำตัวเป็นม้าดีดกะโหลก ไม่น่ามองยิ่งนัก”
“น้องสาว เจ้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร?!” แม่เฒ่าเฉียนยกนิ้วโป้งแล้วกล่าวชมเชย “เด็กสาวบ้านเจ้าเลี้ยงมาดีจริง ๆ ไม่อย่างนั้นข้าก็คงจะไม่ต้องตาตั้งแต่แรก เห็นจนเกือบลืมเรื่องสำคัญไปเสียสนิท ข้าต้องขออภัยกับเจ้าอีกครั้ง เมื่อครู่ที่พูดว่าดูตัวไม่ดูตัวอะไรนั่น ช่างน่าขายหน้ายิ่งนัก เจ้าอย่าได้เก็บมาใส่ใจ คราวหน้าข้าจะทำให้ถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณี ไม่สุกเอาเผากินเช่นนี้อีกแล้ว”
ป้าเฉียนมองไป