กหน่อย…” หลี่ซื่อเอ่ยพลางยิ้มกว้าง “ดูจากท่าทางของท่านป้า คงจะซื้อไปกินกันทั้งครอบครัวแน่เลยใช่ไหมเจ้าคะ? ถ้าอยากให้คนทั้งบ้านกินได้อย่างสบายใจ ข้าแนะนำว่าซื้อแบบไม่เผ็ดดีกว่านะเจ้าคะ”
“แบบเผ็ดยุ่งยากถึงเพียงนี้เชียว? ก็ได้ เช่นนั้นซื้อแบบไม่เผ็ดก็แล้วกัน ข้าได้ยินมาว่าถ้าซื้อเยอะจะได้ถูกลงหน่อยใช่หรือไม่?”
“ใช่เจ้าค่ะ หนึ่งช้อนสามเหรียญ สองช้อนลดราคาหนึ่งเหรียญ จากเดิมหกเหรีญลดเหลือห้าเหรียญ สามช้อนลดราคาสองเหรียญ จากเดิมเก้าเหรียญลดเหลือเจ็ดเหรียญ เป็นเช่นนี้เจ้าค่ะ แน่นอนว่าพวกข้าเป็นแค่ครอบครัวชาวนาธรรมดา ๆ มีขายแค่ประมาณสามช้อนเท่านั้น ถ้าอยากซื้อมากกว่านี้ก็ไม่มีแล้วเจ้าค่ะ”
คิดไม่ถึงว่าหลี่ซื่อเพิ่งจะพูดจบ หญิงชราท่านนั้นก็พูดขึ้นว่า “งั้นเจ้าก็เข้าใจผิดแล้ว ข้าตั้งใจว่าจะซื้อปริมาณมาก จะต้องมีคนที่อยากซื้อน้ำพริกของพวกเจ้าเพื่อเอาออกไปขายที่อื่นแน่นอน”
จากนั้นอีกฝ่ายก็แนะนำตนเอง บอกว่ามาจากหมู่บ้านข้างเคียงสักแห่ง เดินทางมาต้องใช้เวลาราวครึ่งค่อนวัน ถ้าคนจากทางนั้นอยากซื้อน้ำพริกก็นับว่าต้องเดินทางมาไกลมากจริง ๆ ดังนั้นนางจึงคิดว่าตนเองจะซื้อกลับไปมากหน่อย เอาไปขายให้คนในหมู่บ้าน แล้วเก็บค่าเหนื่อยเล็กน้อย ทั้งยังถามหลี่ซื่อว่าจะขายให้นางในราคาถูกลงมาหน่อยได้หรือไม่
“หา? ท่านจะซื้อเยอะขนาดนั้นเชียว? ไม่ได้เจ้าค่ะ ถูกกว่านี้ไม่ได้แล้ว ท่านซื้อเพิ่มส่วนหนึ่ง ข้าลดราคาให้หนึ่ง