ไม่รู้สิ”
คราวที่แล้วจูซานจ้วง[1] กับจูซื่อหู่ช่วยหามคน หลังเกิดเรื่องพวกเขาก็ได้ยินแล้ว เพราะเรื่องนี้ ภรรยาของพวกเขายังบ่นให้เด็กสองคนนั้นไปยกหนึ่ง ไม่มีธุระจะไปช่วยทางนั้นทำไม? พวกเจ้าช่วยแล้วทางนั้นก็ไม่ซาบซึ้งใจหรอก
และก็เป็นเช่นนั้น หลังจากนั้นหลายวันก็ไม่เคยได้รับคำขอบคุณจากทางนั้นมาตลอด แต่แล้ว ในตอนที่พวกเขาคิดว่าเรื่องนี้คงจบไปแล้ว ทางนั้นกลับมาเยือนถึงเรือน
“จะสนใจอันใด หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์คนนั้นหรือจะมีเจตนาดี?” จูซานเสิ่นกลอกตาแล้วว่า “ฮึ! ข้าว่าคงเป็นเพราะทางนั้นไปเจอปัญหาอะไรเข้าแล้วคิดจะดึงพวกเราลงน้ำไปด้วยมากกว่า”
“ใช่แล้ว หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์เป็นคนอย่างไร หลายปีมานี้พวกเรายังไม่รู้เช่นเห็นชาติอีกรึ?” จูซื่อเสิ่นก็พูดขึ้นมาจากข้าง ๆ “อย่าหลงกลนาง ถึงตอนนั้นถูกนางขายแล้วยังช่วยนางนับเงิน แบบนั้นทุกอย่างก็สายเกินไปแล้ว”
จูซานจ้วงกับจูซื่อหู่ไม่กล้าพูดอะไร พวกเขาก้มหน้ามองถ้วยหนึ่งเดียวที่มี ‘เนื้อ’ บนโต๊ะ พลางกลืนน้ำลายอึก ๆ
อย่างนั้นเนื้อหมูถ้วยนี้พวกเรายังกินได้อยู่หรือไม่?
ไม่รอให้พวกเขาพูดออกมา แม่เฒ่าจูก็ถามขึ้นเสียงเบา “กิน ทำไมจะไม่กิน?” จูซานเสิ่นจ้องเขม็ง “ของขวัญขอบคุณที่ผู้อื่นเอามาส่งให้ถึงเรือน ไม่กินก็โง่แล้ว”
นางไม่ยอมรับหรอกว่าครอบครัวของพวกนางไม่ได้กินเนื้อมานานมากแล้ว ทั้งนางยังชิมแล้วด้วย
เฮ้อ…หญิงเฒ่าเจ้าเล่ห์ทำแบบนั้น ชีวิตยังดีกว่าพวกนางเสียอีก เหตุใด