าใจนักว่าทำไมต้องตักขี้เถ้าไปด้วย แต่ก็หาชามเก่า ๆ ใบหนึ่งมาตักขี้เถ้าแล้วเดินตามไป
เย่อวี๋หรานยังกลับไปหยิบกรรไกรจากในห้อง จากนั้นแวะไปเอาซี่ไม้ไผ่จากห้องเก็บฟืน
“ใช้กรรไกรตัดไส้หมูแล้วโยนใส่ในชาม เอาน้ำมาผสมกับขี้เถ้าแล้วนวดแบบนี้…เวลาตัดให้ระวังหน่อย ของสกปรกไม่ต้องโยนใส่ในชาม ให้ทิ้งไว้ข้างนอก แล้วค่อยเอาไปเททิ้งในห้องส้วม”
“เจ้าค่ะ ท่านแม่” หลี่ซื่อหาเก้าอี้เล็ก ๆ มาตัวหนึ่ง จากนั้นนั่งลงทำงาน
หลังตัดไส้หมู ข้างในยังมีของสกปรกเหลืออยู่มาก ก็ใช้ซี่ไม้ไผ่ไล่สิ่งสกปรกออกมา เท่านี้ก็สะอาดขึ้นมากแล้ว
จากนั้นเอาใส่ชาม นวดคลุกกับน้ำขี้เถ้า
“ตรงนี้ยังมีหนังอยู่ ให้ฉีกทิ้ง เท่านี้ก็ไม่สกปรกแล้ว” เย่อวี๋หรานยกส่วนอื่นขึ้นมาชี้ให้หลี่ซื่อดูว่าต้องจัดการอย่างไร
หลี่ซื่อดูแม่สามีสาธิตให้ดู ผ่านไปไม่นานก็สะอาดขึ้นมาก จึงพูดอย่างตะลึงว่า “ท่านแม่ ท่านร้ายกาจเกินไปแล้ว ท่านรู้วิธีแบบนี้ด้วย? แม่ข้าซื้อเครื่องในหมูมาครึ่งค่อนชีวิตยังไม่รู้เลยว่ายังทำแบบนี้ได้ด้วย”
เครื่องในหมูทั้งสกปรกและเหม็น ว่ากันตามตรงแล้วถ้าไม่ยากจนจริง ๆ จนไม่มีทางเลือกอื่น คนทั่วไปก็ไม่อยากจะซื้อ
แต่ไม่อยากซื้อก็ช่วยไม่ได้ ทั้งปีได้กินเนื้ออยู่ไม่กี่ครั้ง ซื้อเนื้อดี ๆ กินไม่ไหว ก็ได้แต่หักใจซื้อเครื่องในหมู
หลี่ซื่อโตมาจนป่านนี้ กลับเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นวิธีล้างเครื่องในหมูเช่นนี้ พลันบังเกิดความรู้สึกเหมือนกับว่าได้