กตอนที่เจ้าหน้าที่ทางการมาพิพากษามอบความยุติธรรมแล้ว ก็ไม่เคยมีใครเชิญผู้อาวุโสประจำตระกูลมาก่อน ในละแวกนี้ไม่เคยมีเรื่องเช่นนี้เกิดขึ้น
“เช่นนั้นเรื่องซานยากับซื่อยา พวกเจ้าคิดไว้ว่าจะทำอย่างไร? พวกนางไม่อาจอยู่กับข้าตลอดไปได้หรอกนะ”
ช่วยเหลือคนให้ช่วยในยามคับขัน เย่อวี๋หรานไม่ได้คิดจะปกป้องลูกสาวสองคนของสกุลหลินไปตลอดชีวิต
“ข้าไม่รู้” หลินซานโก่วพะวักพะวน
หลินหมู่อยากพูดอะไรบางอย่าง แต่แล้วกลับระงับไว้ คล้ายกับมีข้อวิตกอะไรอยู่จึงไม่ได้พูดออกมา
เย่อวี๋หรานสังเกตว่านางมักจะมองสีหน้าของหลินซานโก่ว จึงส่งสายตาให้จูซาน เพื่อให้เขาพาหลินซานโก่วออกไป
สาเหตุที่เลือกจูซานจากบรรดาลูกชายทั้งหมด ก็เพราะนางสังเกตมาสักพักแล้วว่าจูซานเป็นคนหัวไวที่สุดในหมู่พวกเขา
จูซานสังเกตเห็นสายตาของเย่อวี๋หรานก็เข้าใจทันที รีบร้องเรียกว่า “ท่านลุง” และบอกว่าตนเองกระหายน้ำ ขอให้หลินซานโก่วพาเขาไปหาน้ำดื่ม
ครั้นหลินซานโก่วไม่อยู่แล้ว ราวกับหลินหมู่ได้ปลดเปลื้องแรงกดดันออกไป นางออกปากกับลูกสาวทั้งสามว่า นางอยากคุยกับเย่อวี๋หรานตามลำพังสักครู่
หลินซื่อพยักหน้า พาน้องสาวทั้งสองคนออกไปจากห้อง หลิ่วซื่อและหลิวซื่อก็ได้รับอนุญาตจากเย่อวี๋หรานให้ออกไปจากห้องเช่นกัน
“ข้าตั้งใจว่าจะแต่งซานยากับซื่อยาออกไปตั้งแต่เนิ่น ๆ”
เย่อวี๋หรานได้ยินแบบนั้นก็ขมวดคิ้ว
“ข้ารู้ เจ้าคงคิดว่าข้าใจร้อนเกินไปแล้ว แต่ข้าจนปัญญาจริง ๆ สาม