่าย
แม้ย้อมออกมาแล้วสีแดงที่ได้จะไม่เข้มมาก แต่ก็ยังงดงามยิ่งนัก ครั้นถักเป็นสร้อยข้อมือแล้วยังทำให้คนต้องเอ่ยชื่นชม
อย่างน้อยในสายตาของจูปาเม่ยกับหลี่ซื่อ เท่านี้ก็งามยิ่งแล้ว
เย่อวี๋หรานได้ยินหลี่ซื่อพูดเช่นนั้นก็คิดอะไรออก นางนึกถึงของอย่างหนึ่งขึ้นมาได้ “เจ้ารอสักครู่”
จากนั้นก็เดินไปหยิบโถดินเผาที่ปิดปากไว้อย่างดี ซึ่งถูกวางทิ้งไว้ตรงขอบหน้าต่างกลับมาใบหนึ่ง
หลี่ซื่อเห็นโถใบนั้นก็นึกขึ้นได้ “อ๊ะ จริงด้วย คราวที่แล้วท่านแม่ใช้ปูทำน้ำจิ้มอะไรสักอย่างด้วยนี่นา วางไว้ตรงนั้นหลายวันจนข้าแทบลืมไปแล้ว ท่านแม่ เจ้านี่ดองเสร็จหรือยังเจ้าคะ?”
“ดูสักหน่อยก็รู้แล้ว” เย่อวี๋หรานมั่นใจในฝีมือของตัวเองพอตัว
ในชาติภพที่แล้วนางไม่เคยทำของพวกนี้ แต่นางคิดว่าขอเพียงไม่มีอะไรผิดพลาด ก็น่าจะไม่มีปัญหาใหญ่อะไร
แล้วก็เป็นดังคาด เมื่อนางเปิดฝาออก กลิ่นหอมเข้มข้นจากข้างในก็กระจายออกมา
หลี่ซื่อกลืนน้ำลาย “ท่านแม่ หอมจริงเจ้าค่ะ!”
“ของแบบนี้มีฤทธิ์เย็น เจ้าเป็นคนท้อง กินไม่ได้” เย่อวี๋หรานแค่ฟังนางพูดก็ทราบแล้วว่าอีกฝ่ายอยากลองชิม
ไม่ผิดเลยสักนิด นางเพิ่งจะพูดจบ หลี่ซื่อก็พูดขึ้นมาว่า “ท่านแม่ ข้าแค่จะลองชิมเท่านั้นเจ้าค่ะ ชิมนิดหน่อยเท่านั้น”
นางยกนิ้วก้อยขึ้นมาแล้วพูดเสริมอีกประโยค “แค่นี้จริง ๆ คราวก่อนที่กินปูด้วยกัน ข้าก็ชิมมาแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรสักนิด”
เย่อวี๋หรานอ่อนอกอ่อนใจจริง ๆ บอกให้นางไปหยิบต