่นหูยิ่งนัก
“ยังมีอีกนะเจ้าคะ” หลี่ซื่อพูดต่อไป “หลายวันมานี้เสี่ยวเม่ยถักสร้อยข้อมือไว้ไม่น้อย ข้าคิดว่าจะสะสมเอาไว้ ถึงเวลานั้นก็เอาไปขายที่ตลาดนัด”
สีย้อมผ้าจากหงฮวาไม่ได้ทำง่ายดายขนาดนั้น วันนั้นหลังจากแช่น้ำแล้วก็ใช้ผ้าบิดเอาน้ำสีเหลืองออกไป ส่วนที่เหลือก็คือส่วนที่จะนำมาใช้ทำสีย้อมผ้าสีแดงเสียส่วนใหญ่
แต่เท่านี้ยังไม่พอ เย่อวี๋หรานยังให้จูปาเม่ยเทน้ำซาวข้าวที่เริ่มส่งกลิ่นเปรี้ยวผสมลงไป จากนั้นก็กำจัดน้ำสีเหลืองที่หลงเหลืออยู่ออกไปอีกครั้ง สุดท้ายจึงได้ก้อนตะกอนกลีบดอกหงฮวาที่มีองค์ประกอบของเม็ดสีแดงออกมา
วิธีเช่นนี้ในยุคโบราณเรียกว่า ‘วิธีพิฆาตบุปผา’ เป็นหนึ่งในกรรมวิธีที่ค่อนข้างเก่าแก่โบราณ
เวลาจะใช้งานก็ง่ายมาก เพียงนำน้ำขี้เถ้ามาตกตะกอนหลาย ๆ ครั้ง ก็สามารถนำน้ำขี้เถ้าส่วนที่สะอาดไปใช้ย้อมผ้า (ร่วมกับน้ำสีที่เตรียมไว้) ได้แล้ว
แต่ว่ามันไม่สามารถนำมาย้อมสีสร้อยข้อมือที่ทำเสร็จแล้วโดยตรงได้ เพราะอาจทำให้สร้อยข้อมือเสียหาย ต้องใช้ใบจงตากแห้งหรือเชือกป่านมาย้อมสีแล้วนำไปตากแห้งก่อน จึงค่อยนำมาถักเป็นสร้อยข้อมือ
ความจริงแล้วหลังจากย้อมสีเสร็จเรียบร้อย ยังสามารถนำน้ำบ๊วยดำที่มีฤทธิ์เป็นกรดมาแช่ไว้อีกรอบ ช่วยทำให้สีติดทนทานยิ่งขึ้น แต่เนื่องจากสถานะครอบครัวไม่อำนวยจึงตัดขั้นตอนนี้ทิ้งไป เพียงแต่ตอนขายต้องแจ้งแก่ผู้ซื้อว่าของสิ่งนี้ไม่สามารถถูกน้ำหรือเหงื่อได้ มิเช่นนั้นสีจะซีดง