นใจเรื่องการย้อมผ้าไปเสียสิ้น แต่ละคนวิ่งเข้ามาถามนางว่าชาดทำอย่างไร
หลี่ซื่อเอ่ยอย่างกระตือรือร้น “ถึงข้าจะแตะต้องหงฮวาไม่ได้ แต่ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านแม่ ข้าช่วยทำอย่างอื่นก็ได้ ส่วนเรื่องเอาของไปขายให้เป็นหน้าที่ข้าเอง ข้าต้องขายออกไปได้แน่นอน”
จูปาเม่ยพยักหน้า “ใช่แล้ว ๆ ข้าจะรับผิดชอบเรื่องจัดทำสินค้าเองเจ้าค่ะ ข้ารับประกันว่าจะทำชาดที่งามเลิศล้ำออกมาได้แน่นอน”
เย่อวี๋หรานหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก “ไม่ทำสร้อยข้อมือแล้ว? เอาเถอะ ชาดไม่ได้ทำง่ายอย่างที่พวกเจ้าคิด ถ้าต้องการจะทำให้ดี ก่อนอื่นต้องปรุงสีออกมาให้ได้เสียก่อน ถ้าทำสีออกมาได้ดีแล้วจะทำชาดหรือสีย้อมผ้าก็สามารถทำได้ทั้งคู่”
หลัก ๆ ก็คือถ้าคิดจะทำชาดคุณภาพดี ด้วยสถานะครอบครัวในยามนี้ สิ่งของล้วนขาดแคลน ไม่มีทางทำออกมาได้
แทนที่จะเอาแต่จับจ้องแป้งชาดตาละห้อย ยังไม่สู้เริ่มจากการทำสร้อยข้อมือเสียก่อน รอจนสะสมเงินจากการขายสร้อยข้อมือได้แล้ว ค่อยขยับขยายไปค้าชาดก็ยังได้
“พวกเจ้าคิดว่าชาดทำง่ายหรือ? กลีบดอกไม้สำหรับทำชาดอาจไปหาเก็บมาได้ แต่พวกเราซื้อน้ำมันพืชกับข้าวโพดไหวหรือ?”
เพียงประโยคเดียวก็ดับสิ้นความคิดของคนทั้งสอง
หลี่ซื่อกับจูปาเม่ยมีท่าทางผิดหวัง “ที่แท้พวกเราก็จนถึงเพียงนี้”
“ไม่อย่างนั้นเจ้าคิดว่าทำไมตอนแรกข้าถึงไม่ทำ? ข้าวก็กินไม่อิ่มท้องอยู่แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปทำของแบบนี้? ในเมื่อพวกเจ้ามีเวลา ทั้งยังสมัครใจทำ ก